loader image

มูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย
Alternative Energy Institute of Thailand Foundation

กฟผ. ยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมสีเขียว ขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ

กฟผ. ยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมสีเขียว ขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการประกวดแนวคิดนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม EGAT Green i ปีที่ 3: Green Innovation for ESG & Circular Future” ของ กฟผ. ซึ่งร่วมกับ 8 หน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โรงงานอุตสาหกรรม องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี ประจำประเทศไทย (GIZ Thailand) Taisei (Thailand) Co.,Ltd. สมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด (CPAC Concrete) และ Siam City Concrete Co.,Ltd. ยกระดับนวัตกรรมสีเขียวให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เปิดพื้นที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัย นักวิจัย สตาร์ทอัพ ภาคอุตสาหกรรม และตลาด สู่การใช้งานจริงและโอกาสเชิงพาณิชย์ โดยมีนายศิริวัฒน์ เจ็ดสี รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน และนายทิเดช เอี่ยมสาย รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ร่วมแถลงทิศทางโครงการฯ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล กรรมการ กฟผ. และประธานกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน นายอเล็กซ์ เรนเดลล์ ทูตสันถวไมตรีโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ มาร่วมเปิดมุมมองด้าน ESG ณ หอประชุมออดิทอเรียม อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. เผย การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยนโยบายหรือเทคโนโลยีเพียงด้านเดียว แต่ต้องทำให้องค์ความรู้และความคิดสร้างสรรค์สามารถพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่แก้ปัญหา สร้างคุณค่า และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง “EGAT Green i ปีที่ 3” จึงไม่ได้มุ่งค้นหาเพียงแนวคิดใหม่ แต่ต้องการสร้าง Innovation Ecosystem ที่เชื่อมศักยภาพของ กฟผ. กับสถาบันการศึกษา ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และคนรุ่นใหม่ เพื่อผลักดันนวัตกรรมที่มีศักยภาพให้ก้าวจากแนวคิดไปสู่ต้นแบบ การทดสอบ และการใช้งานจริง พร้อมเป็นพลังสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จึงได้ยกระดับโครงการให้เป็นเวทีพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ผ่าน 2 โจทย์ท้าทาย ได้แก่ “Circular Innovation Challenge” สำหรับนิสิต นักศึกษา และอาจารย์ระดับอุดมศึกษา เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และ “Sustainable Concrete” สำหรับนักวิจัย สตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ ต่อยอดจากงานวิจัยและห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพื่อนำนวัตกรรมมาใช้ส่งเสริมตลาดผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สำหรับ “Circular Innovation Challenge” เป็นการเปิดโจทย์ให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม กับความท้าทายใหม่ของภาคพลังงาน ตั้งแต่การจัดการวงจรชีวิตอุปกรณ์ การลดของเสียอุตสาหกรรม การหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและทรัพยากร โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัล AI, IoT หรือ Data Analytics มาผสานกับแนวคิด Circular Economy เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ลดขยะ ลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือเปลี่ยนของเสียให้กลับมาเป็นทรัพยากรและสร้างมูลค่าเพิ่ม กฟผ. พร้อมสนับสนุนให้เกิดการทดลองและปรับใช้จริง เพื่อเปลี่ยนพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ให้เป็น Prototype และนวัตกรรมที่สามารถขยายผลได้

อีกหนึ่งโจทย์สำคัญคือ คือ “Sustainable Concrete” (Decarbonization Innovation Challenge for Cement and Concrete Industry)  ที่นำวัตถุพลอยได้จากกระบวนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. อาทิ เถ้าลอยลิกไนต์ เถ้าหนักลิกไนต์ และยิปซัมสังเคราะห์ มาต่อยอดร่วมกับวัสดุเหลือใช้ที่มีศักยภาพในแต่ละพื้นที่ เพื่อพัฒนาวัสดุก่อสร้างและคอนกรีตทางเลือก รวมถึงเทคโนโลยีประเภท Geopolymer และ Alkali-Activated Materials ที่สามารถลดการใช้ปูนซีเมนต์และทรัพยากรธรรมชาติใหม่ได้ เกือบ 20 ปีที่ผ่านมา กฟผ. ได้ส่งมอบเถ้าลอยไปใช้ประโยชน์แล้วประมาณ 28 ล้านตัน

ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 23.8 ล้านตัน สะท้อนว่าวัตถุพลอยได้สามารถเปลี่ยนจากสิ่งที่ต้องบริหารจัดการให้เป็นทรัพยากรทางเศรษฐกิจได้

ภายในงานมีการเสวนา “GREEN INNOVATION FOR ESG & CIRCULAR FUTURE JOURNEY” โดย ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล กรรมการ กฟผ. และประธานกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน ดร.กชกร วรอาคม ภูมิสถาปนิกผู้ออกแบบเพื่อสร้างเมืองที่ยืดหยุ่นพร้อมรับความเสี่ยงด้าน Climate Change และ นายอเล็กซ์ เรนเดลล์ ทูตสันถวไมตรีโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ และ CEO ของ EEC Thailand ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองตั้งแต่การเปลี่ยน ESG จากกรอบนโยบายไปสู่โครงการที่สร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงบทบาทของนวัตกรรมและการออกแบบในการสร้างเมืองที่ยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับกรอบของ The Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนเมืองแบบบูรณาการการลงทุน และนวัตกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเมืองในการปรับตัวและพัฒนาอย่างยืดหยุ่นต่อ Climate Change

โครงการ EGAT Green i ปีที่ 3 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 4 กันยายน 2569 เพื่อคัดเลือกเหลือโครงการละ 8 ทีมเข้าสู่ Boot camp และคัดเหลือโครงการละ 3 ทีมเพื่อเข้าสู่รอบพัฒนาผลงานเข้มข้น พร้อมงบสนับสนุนการพัฒนาต้นแบบ การทำ Innovation Clinic และ Industrial Validation ก่อนนำเสนอผลงานใน Demo Day & Award Ceremony ในวันที่ 16 ธันวาคม 2569 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 325,000 บาท โดยผลงานที่มีศักยภาพจะได้รับการเชื่อมโยงกับ กฟผ. ระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม 2570 เพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจ นวัตกรรม งานวิจัย หรือการนำไปใช้จริงต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ไม่มีความเห็นที่จะแสดง

ADIPEC 2024 bio-paraxylene EGAT Ending Plastic Pollution ENEOS Corporation GISTDA HONGHUA GROUP IC&C Day 2024 Itawani Lifelong learning Living Learning Platform Mitsubishi Corporation Neste PEA PET Suntory Thailand Digital Outlook WORLD CLASS DESTINATION DEVELOPMENT กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงพลังงาน กระทรวงแรงงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์5 ซันโทรี่ พลังงานแสงอาทิตย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น วันสิ่งแวดล้อม สดช. สภากาชาดไทย ห้องเรียนสีเขียว อินโดรามา เวนเจอร์ส อิวาตานิ ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ เชลล์ เชลล์แห่งประเทศไทย เนสท์เล่ (ไทย) เนสท์เล่ อินโดไชน่า เนสเต้ เอเนออส โซลาร์เซลล์