EVAT ชง 8 เเนวทางส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าให้รัฐพิจารณา มุ่งผลักดันไทยสู่สังคม EV อย่างเต็มรูปเเบบ

0
3037
คณะทำงานและผู้บริหารสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยที่ร่วมแถลงข่าว

EVAT เน้นนโยบายในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเเพร่หลาย พร้อมการจัดทำ EV Roadmap อย่างเป็นรูปธรรม เเนะภาครัฐควรเเก้ไขข้อกฎหมายในการจดทะเบียนประเภทยานยนต์ให้ชัดเจน  เปิดไฟเขียวให้รถสามล้อไฟฟ้าเเละรถรับจ้างไฟฟ้าสามารถจดทะเบียนได้อย่างเสรี จัดโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุม นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าย้ำชัด ภาครัฐคือ กำลังสำคัญในการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนเเปลงต่างๆ เป็นจริง 

          กรุงเทพฯ. สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยเสนอเเนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย สืบเนื่องจากสถานการณ์การใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามีการ เปลี่ยนเเปลงอย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูลของกรมขนส่งทางบก ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 สถิติการจดทะเบียนใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้า เเบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เเละไฮบริด (HEV) ในครึ่งปีเเรก (2562) มีจำนวนมากถึง 15,366 คัน ซึ่งคิดเป็นกว่า 75 เปอร์เซนต์ ของยอดจดทะเบียนปี 2561 ทั้งปีที่มีจำนวนทั้งสิ้น 20,344 คัน ในส่วนของการจดทะเบียนใหม่ประเภทยานยนต์เเบบเเบตเตอรี่ (BEV) ในครึ่งปีเเรก (2562) มีจำนวน 420 คัน ซึ่งสูงกว่ายอดจดทะเบียนใหม่ของปี 2561 ทั้งปีที่มีอยู่ราว ๆ 325 คัน เเละมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะประมาณ 340 เเห่งทั่วประเทศ

จำนวนยานยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนใหม่ในช่วงครึ่งปี 2562 ถือว่าเติบโตต่อนข้างมาก

         ดังนั้น จะเห็นได้ว่าตัวเลขการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าในครึ่งปีเเรก (2562) มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเเละมีเเนวโน้มที่การจดทะเบียนจะมีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เล็งเห็นถึงสถานการณ์การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันเเละอนาคต จึงได้มีการร่างข้อเสนอเเนวทางการส่งเสริม ยานยนต์ไฟฟ้าประกอบไปด้วย 8 ข้อหลักที่มุ่งหวังให้ภาครัฐนำข้อเสนอเหล่านี้มาปรับใช้ในการดำเนินนโยบายบริหารประเทศ โดยข้อเสนอเเนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย รวมทั้งหมด 8 ข้อหลัก ได้เเก่

  1. การจัดทำเเผนที่นำทางเรื่องยานยนต์ไฟฟ้าเเบบบูรณาการ (EV Roadmap) อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งทางสมาคมเน้นว่าต้องมีการกำหนดเป้าหมายของจำนวนยานยนต์ไฟฟ้าเเละสถานีอัดประจุไฟฟ้าอย่างเหมาะสม พร้อมสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศตลอดห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ทางสมาคมยังได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการนโยบายโดยมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเพื่อการบูรณาการที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
  2. ทางสมาคมเเนะให้รัฐพิจารณาปรับปรุงข้อกฎหมายต่างๆ อาทิ ให้รถสามล้อไฟฟ้าเเละรถรับจ้างไฟฟ้าสามารถจดทะเบียนได้อย่างเสรี รวมไปถึงการส่งเสริมการใช้รถสามล้อไฟฟ้าในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันมีการควบคุมจานวนการจดทะเบียนรถสามล้อรับจ้าง และสามล้อส่วนบุคคลในประเทศไทย ส่งผลให้การใช้รถสามล้อไฟฟ้าไม่เป็นที่แพร่หลายเนื่องจากมีต้นทุนสูง และขั้นตอนของการจดทะเบียนค่อนข้างซับซ้อนและมีข้อจากัด  อีกทั้งทางสมาคมยังเสนอให้มีการเเยกการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าระหว่างประเภทปลั๊กอิน ไฮบริด (PHEV) เเละไฮบริด (HEV)

3.การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งภาครัฐควรออกมาตรการดังต่อไปนี้

3.1 ส่งเสริมให้ประชาชนซื้อยานยนต์ไฟฟ้าได้ในราคาที่เหมาะสม เช่น การลดภาษีส่วนบุคคลสำหรับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า

3.2 เพิ่มแรงจูงใจสำหรับผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า อาทิ การออกมาตรการเพิ่มหัวจ่ายประจุไฟฟ้าตามที่จอดสาธารณะเเละเพิ่มสิทธิในการวิ่งรถยนต์ในช่องทางพิเศษ

3.3 หน่วยงานรัฐควรเป็นผู้นำด้านการใช้รถยนต์ไฟฟ้าก่อน ด้วยการจัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเเบบเเบตเตอรี่ตามมติครม.

3.4 ขยายการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในรถโดยสารสาธารณะ ได้เเก่ ขสมก. รถตุ๊กตุ๊ก รถเเท็กซี่ ควรเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด

3.5 สนับสนุนให้มีการเเยกประเภทป้ายทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าเเบบเฉพาะ โดยการใช้สีเเละสัญลักษณ์บนป้ายทะเบียนที่สามารถมองเห็นเเละเเยกเเยะได้ สำหรับป้ายที่เป็นประเภทไฟฟ้า 100 เปอร์เซนต์ (BEV) เเละประเภทปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เพื่อสร้างการรับรู้ของประชาชน เเละการมีส่วนร่วมของผู้ขับขี่ในการช่วยลดมลภาวะเเละรักษาสิ่งเเวดล้อม

4.ควรมีการส่งเสริมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทั้งในรูปเเบบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเเละรถสามล้อไฟฟ้า  

5.ส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีเเละการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า โดยควรจัดให้มีการสนับสนุนการสร้างงานวิจัยเเละพัฒนาเพื่อยกระดับผู้ประกอบการ เเละการพัฒนาเเพลตฟอร์มเเบบเปิดสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า(EV Open Platform) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเเพลตฟอร์มมาต่อยอดได้

6.การจัดทำมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งควรมีการออกมาตรฐานยานยนต์ที่ครอบคลุม รวมไปถึงการจัดให้มีหน่วยงานทดสอบเเละรับรองมาตรฐานของยานยนต์ไฟฟ้าเเละเเบตเตอรี่ไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพเเล้ว โดยใช้เเนวทางตามมาตรฐานสากล

7.ควรมีการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า อย่างเช่น การสนับสนุนให้มีสถานีอัดประจุไฟฟ้าเเบบ Quick Charge ตามสถานที่ต่างๆ

8.เส่งเสริมให้มีการพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า เช่น ให้มีการอบรมเเละการจัดทำหลักสูตรวิชาชีพในสถาบันการศึกษา 

            ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยกล่าวถึงข้อเสนอดังกล่าวว่า ทางสมาคมช่วยกันระดมความคิดในการจัดทำข้อเสนอทั้งหมดจากทั้งภาคเอกชน ภาควิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์และมีส่วนเกี่ยวข้อง ในส่วนต่อไปผมคิดว่าทางภาครัฐจะเข้ามามีบทบาทสำคัญที่จะสนับสนุนให้ข้อเสนอดังกล่าวสามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติเเละเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทางสมาคมยินดีให้การสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐในทุกๆ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการใช้เเละพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเเพร่หลายเเละการใช้พลังงานไฟฟ้าก็ยังสามารถช่วยลดมลพิษ ปัญหาสิ่งเเวดล้อม เเละปัญหาโลกร้อนที่กำลังลุกลามไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยของเราด้วย

            ดังนั้น ทางสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยก็จะนำข้อเสนอดังกล่าวไปยังรัฐบาล หน่วยงานภาครัฐและกระทรวงต่างๆ  ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ฯลฯ  ซึ่งข้อเสนอเเนวทางส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าบางข้อก็เหมาะสมกับบางหน่วยงานที่สามารถปรับใช้ได้เลย โดยเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนที่สุดเมื่อจัดลำดับความสำคัญแล้วคือ การจัดทำเเผนที่นำทางเรื่องยานยนต์ไฟฟ้าเเบบบูรณาการ (EV Roadmap) ให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ปัจจุบันเปิดใช้แล้วจำนวน 340 สถานีนั้นถือว่ายังมีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการหรือสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้ ซึ่งคณะทำงานของกระทรวงพลังงานก็เห็นด้วยในการสนับสนุนกับเรื่องนี้ให้รองรับกับนโยบายของรัฐบาลที่่กำหนดให้มีการใช้การรถยนต์ไฟฟ้า 1.2 ล้านคันในปี 2579

รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นที่มีจำหน่ายในประเทศไทย