บางจากฯโชว์ผลงานไตรมาสแรกปี 62มีรายได้ 45,535 ล้าน วางเป้าสร้างรายได้เพิ่มทุกธุรกิจ

0
294

ผลการดำเนินงานไตรมาสแรก บมจ.บางจากฯ ปี 2562 เผยมีรายได้ 45,535 ล้านบาท EBITDA รวม 1,959 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 395 ล้านบาท โดยในปี 2562 บริษัท มุ่งลงทุนพัฒนาศักยภาพ และแสวงหาโอกาสเพื่อสร้างรายได้เพิ่มในทุกธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาสแรกในปี 2562 ว่า บริษัท บางจากฯ และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 45,535 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 1,959 ล้านบาท มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 214 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.16 บาท

ด้านกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน มี EBITDA 517 ล้านบาท มีค่าการกลั่นพื้นฐานอยู่ที่ 3.43 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยในไตรมาสนี้โรงกลั่นมีอัตรากำลังการผลิตเฉลี่ยที่ 110,120 บาร์เรลต่อวัน เป็นการลดกำลังการกลั่นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อีกทั้งมีการหยุดซ่อมอุปกรณ์บางส่วนในหน่วยกลั่นในเดือนมีนาคม จึงทำให้ไม่สามารถเดินหน่วยกลั่นได้อย่างเต็มที่ แต่ในส่วนของธุรกิจการค้าน้ำมันโดย บริษัท BCP Trading จำกัด มีผลการดำเนินงานดีขึ้นจากธุรกรรมโดยรวมของบริษัททั้งด้านปริมาณการค้าในทุกผลิตภัณฑ์และด้านธุรกรรมกับบริษัทคู่ค้าใหม่เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ธุรกิจโรงกลั่นยังคงได้รับผลกระทบจากความผันผวนของสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลงอย่างรุนแรงในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ต่อเนื่องมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ และส่งผลให้ธุรกิจ โรงกลั่นในไตรมาสนี้มีค่าการกลั่นพื้นฐานปรับตัวลดลง แต่ต้นทุนราคาน้ำมันดิบที่เข้ากลั่นในไตรมาสนี้บางส่วน ยังคงสะท้อนราคาน้ำมันดิบในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ทำให้ธุรกิจโรงกลั่นยังมี Inventory Loss เล็กน้อย

กลุ่มธุรกิจการตลาด มี EBITDA 612 ล้านบาท มีปริมาณการจำหน่ายรวม 1,521 ล้านลิตร และยังคงรักษาส่วนแบ่งการตลาดด้านปริมาณการจำหน่ายผ่านสถานีบริการอยู่ในอันดับที่ 2 โดยมีส่วนแบ่งการตลาดสะสมเดือนมกราคม – มีนาคม ปี 2562 อยู่ที่ร้อยละ 15.6 มีปริมาณการจำหน่ายในส่วนของตลาดค้าปลีกที่เป็นช่องทางหลักเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการขยายฐานลูกค้า และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซล B20 ร่วมกับการจัดแคมเปญลดราคาพิเศษสำหรับน้ำมันไฮพรีเมียมดีเซล เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐในการส่งเสริมการใช้น้ำมันคุณภาพที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ลดมลภาวะ และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรสวนปาล์ม ตลอดจนการผลักดันยอดขายผ่านโปรแกรมการตลาด เพิ่มความหลากหลายของธุรกิจเสริมและบริการต่างๆ ในสถานีบริการ รวมทั้งการขยายจำนวนสถานีบริการน้ำมันและร้านค้าเพิ่มขึ้น โดย ณ ไตรมาส 1 ปี 2562 มีจำนวนสถานีบริการทั้งสิ้น 1,176 สาขา ร้านสะดวกซื้อ SPAR 47 สาขา ร้านกาแฟอินทนิล 529 สาขา

โดยค่าการตลาดรวมสุทธิปรับตัวลดลงในส่วนของตลาดค้าปลีก เนื่องจากในไตรมาสนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น จึงทำให้ราคาต้นทุนผลิตภัณฑ์ปรับสูงขึ้นในขณะที่ราคาหน้าสถานีบริการน้ำมันปรับขึ้นได้ ช้ากว่า อีกทั้งการตรึงราคาน้ำมันเพื่อช่วยลดภาระแก่ผู้บริโภคในบางช่วงเวลา ทำให้ราคาขายปลีก ไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

สำหรับกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้าภายใต้การดำเนินงานของบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) มี EBITDA 736 ล้านบาท และมีรายได้ 808 ล้านบาท โดยมีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าทุกโครงการรวม 75.97 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ในไตรมาสนี้ ธุรกิจพลังงานลมในประเทศฟิลิปปินส์ มีส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงานและ ค่าตัดจำหน่ายสิทธิการขายไฟ รวม 29 ล้านบาท และมีผลการดำเนินงานดีขึ้นเนื่องจากเป็นช่วง High Season จากที่มีพายุพัดผ่านทำให้ความเร็วลมเพิ่มขึ้น รวมทั้งธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพในประเทศอินโดนีเซีย มีส่วนแบ่งกำไรดังกล่าวข้างต้นรวม 93 ล้านบาท

กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพภายใต้การดำเนินงานของบริษัท บีบีจีไอ จำกัด มี EBITDA รวม 194 ล้านบาท โดยธุรกิจผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซลมีรายได้จากการขาย 1,275 ล้านบาท มีปริมาณการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ B100 ลดลง โดยปริมาณผลิตอยู่ที่ 67.26 ล้านลิตร และปริมาณจำหน่ายอยู่ที่ 71.15 ล้านลิตร และยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาปาล์มน้ำมันในประเทศที่ยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง รวมทั้งกำลังการผลิตรวมของผลิตภัณฑ์ B100 ในประเทศที่เพิ่มขึ้น 1.20 ล้านลิตรต่อวัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้เกิดการแข่งขันสูง

ส่วนธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอล มีรายได้จากการขาย 1,071 ล้านบาท มีปริมาณการจำหน่ายรวมของผลิตภัณฑ์เอทานอลอยู่ที่ 47.89 ล้านลิตร โดยมีปริมาณการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอทานอลเพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิต ของโรงงานผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาล ที่อำเภอบ่อพลอย ของบริษัท เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) เป็น 300,000 ลิตรต่อวัน ขณะที่กำไรขั้นต้นผลิตภัณฑ์เอทานอลลดลงเนื่องจากราคาขายเฉลี่ยในไตรมาสนี้ปรับลดลง เป็นผลจากสต๊อกเอทานอลในประเทศที่อยู่ในระดับสูง และกำลังการผลิตรวมของประเทศที่เพิ่มขึ้น

กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ มีผลการดำเนินงานลดลง แต่มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน ในบริษัทร่วม OKEA AS (OKEA) 8 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ OKEA ได้มีการตั้งด้อยค่า Technical Goodwill ของแหล่ง Gjoa เนื่องจากราคาขายก๊าซธรรมชาติมีทิศทางปรับตัวลดลง นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจทรัพยากร ธรรมชาติ มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 99 ล้านบาท ของรายการเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อย เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินบาทเทียบกับสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ในปี 2562 บริษัท บางจากฯ ยังคงมุ่งลงทุนพัฒนาศักยภาพ และแสวงหาโอกาสเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม ในทุกธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นใช้นวัตกรรมสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาผลักดันและเพิ่มประสิทธิภาพในทุกกลุ่มธุรกิจของบางจากฯ ให้เติบโตต่อเนื่อง และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศตามภารกิจหนึ่งขององค์กร โดยล่าสุดได้ผุดโครงการ Rocket Project เพื่อพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพ โรงกลั่นให้ดียิ่งขึ้น และจะสร้างรายได้เพิ่มให้ได้ตามเป้าหมาย