สศอ.หนุนไทยเป็นฐานการผลิตรถปลั๊กอินไฮบริด

0
730

สศอ.เผยค่ายรถยนต์ 5 รายสนลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ต้องการผลิตประเภทรถที่ใช้น้ำมันและไฟฟ้า ชาร์จไฟที่บ้านได้ คาดมีเม็ดลงทุนไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท ชี้ปัญหาสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดคือราคาแพง เสนอรัฐบาลออกมาตรการสนับสนุนให้ราคาถูกลง

ศิริรุจ จุลกะรัตน์

นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีค่ายรถยนต์ 4-5 ราย สนใจที่จะเข้ามาลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เบื้องต้นขอเป็นรถปลั๊กอินไฮบริดหรือรถที่ใช้น้ำมันและไฟฟ้า สามารถชาร์จไฟฟ้าที่บ้านก่อน ซึ่งจะใช้เงินลงทุนรายละ 20,000 ล้านบาท หรือมีเม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท คาดว่าจะยื่นขอผลิตรถยนต์ไฟฟ้าต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในปลายปีนี้ เพื่อได้รับสิทธิประโยชน์การเร่งรัดส่งเสริมการลงทุน จึงคาดว่าค่ายรถยนต์ที่ยื่นขอบีโอไอจะทยอยผลิตรถยนต์ในเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2562

 

นายศิริรุจกล่าวว่า สศอ.จะเร่งผลักดันนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์อย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของคลัสเตอร์ยานยนต์ในอนาคต สศอ.ได้ประชุมหารือร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ 11 ราย เกี่ยวกับแผนการลงทุน เทคโนโลยีรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าของแต่ละบริษัท และข้อเสนอเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในอนาคต โดยผู้ผลิตรถยนต์ทุกรายเห็นว่า เทคโนโลยียานยนต์โลกมุ่งสู่รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และจะเริ่มที่รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดก่อน เพื่อแก้ไขปัญหาความผันผวนของราคาพลังงาน ปัญหาโลกร้อนและปัญหามลพิษ รวมทั้งผู้ผลิตรถยนต์ทุกรายมีเทคโนโลยียานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่แล้ว

20160419_P012 (3)

สำหรับอุปสรรคที่สำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดจะมีราคาแพง ทำให้ตลาดมีความต้องการน้อย ดังนั้นผู้ผลิตรถยนต์ต้องการให้รัฐบาลออกมาตรการสนับสนุนให้ราคารถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดมีราคาไม่ห่างจากรถยนต์ทั่วไปนัก หรือแพงกว่ารถยนต์ธรรมดาไม่เกิน 50% ซึ่งเป็นอัตราที่รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดสามารถแข่งขันได้ โดยมาตรการส่งเสริมจะเน้นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดขนาดกลางขึ้นไปที่มีตั้งแต่ 1,800 ซีซีขึ้นไป

20160419_P012 (2)

          “เพราะถ้าระดับต่ำกว่านี้จะไปชนกับรถยนต์อีโคคาร์ ที่มีมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่ง สศอ.จะรวบรวม ข้อเสนอของภาคเอกชนทั้งหมด และผลวิเคราะห์แนวทางการส่งเสนอของ สศอ. เสนอให้ รมว.อุตสาหกรรม เพื่อนำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาภายใน 2 เดือน” นายศิริรุจกล่าว

            อ้างอิงจาก : http://www.thairath.co.th/