พีดีไอทุ่ม 1.3 พันล้านซื้อโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม

การซื้อกิจการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มดังกล่าวนี้ มูลค่าโดยรวมประมาณ 1.3 พันล้านบาท โดยใช้เงินทุนของบริษัทที่มีอยู่จากการดำเนินงานในระหว่างการยุติธุรกิจสังกะสีในกระบวนการผลิตแบบเดิม พีดีไอได้พิจารณาการลงทุนในครั้งนี้มาเป็นเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาด้วยความรอบคอบและได้มีการประเมินความเสี่ยงและลดผลกระทบจากความเสี่ยงต่างๆ

0
861

พีดีไอประกาศความสำเร็จปิดดีลซื้อโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มที่เปิดดำเนินการแล้ว 6 แห่งในประเทศไทย กำลังผลิตรวม 30 เมกะวัตต์จากอาร์มสตรอง แอสเซท แมนเนจเม้นท์ สิงค์โปร์ เซ็นสัญญาซื้อขายหุ้นเพื่อถือหุ้น 100% ในบริษัท ซิมไบโอร์ อีเลอเม้นท์ มูลค่า 1.3 พันล้านบาท ผลสำเร็จจากการซื้อกิจการซิมไบโอร์ในครั้งนี้ จะทำให้พีดีไอดำเนินการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มในภูมิภาคเอเชียรวม 50 เมกะวัตต์

           บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ PDI ประสบความสำเร็จขยายการลงทุนในกลุ่มพีดีไอ เอ็นเนอร์ยี โดยชนะการประมูลซื้อกิจการโรงฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์ฟาร์มที่เปิดดำเนินการแล้วจำนวน 6 แห่งในประเทศไทย โดยมีกำลังการผลิตรวม 30 เมกะวัตต์จากอาร์มสตรอง แอสเซท แมนเนจเม้นท์ (Armstrong Asset Management) ประเทศสิงคโปร์ โดยได้มีการลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น (Share Purchase Agreement) ไปเป็นที่เรียบร้อย ที่สำนักงานใหญ่พีดีไอ- กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2560 ทั้งนี้พีดีไอ เอ็นเนอร์ยี โดยบริษัท ต้นสังกะสี จำกัด บริษัทในเครือของพีดีไอซึ่งจดทะเบียนในสิงคโปร์ จะเข้าถือหุ้นร้อยละ 100 ในบริษัท ซิมไบโอร์ อีเลอเม้นท์ ประเทศสิงค์โปร์ (Symbior Elements Pte.Ltd. (Singapore) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้าโซลาร์ ฟาร์มกำลังการผลิตรวม 30 เมกะวัตต์ในประเทศไทย


          “การซื้อกิจการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มดังกล่าวนี้ มูลค่าโดยรวมประมาณ 1.3 พันล้านบาท โดยใช้เงินทุนของบริษัทที่มีอยู่จากการดำเนินงานในระหว่างการยุติธุรกิจสังกะสีในกระบวนการผลิตแบบเดิม พีดีไอได้พิจารณาการลงทุนในครั้งนี้มาเป็นเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาด้วยความรอบคอบและได้มีการประเมินความเสี่ยงและลดผลกระทบจากความเสี่ยงต่างๆ ทั้งนี้ คณะกรรมการของบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการซื้อกิจการสำคัญในครั้งนี้สนับสนุนต่อกลยุทธ์การเติบโตของธุรกิจสีเขียวของพีดีไอเป็นอย่างอย่างมาก และช่วยลดความเสี่ยงด้านรายได้ในอนาคตของพีดีไอจากธุรกิจที่ยั่งยืนที่มีความแตกต่างกัน”

          การซื้อกิจการในครั้งนี้จะทำให้บริษัทฯ รับรู้รายได้ในทันทีจากโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มทั้ง 6 แห่งซึ่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นระยะเวลา 25 ปี โดยโรงไฟฟ้าแห่งแรกเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เมื่อเดือนมิถุนายน 2556 และโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม 4 แห่งเปิดดำเนินการในเดือนธันวาคม 2558 ส่วนอีก 1 แห่งได้เปิดดำเนินการเมื่อเดือนเมษายน 2559 ทีมงานของพีดีไอ เอ็นเนอร์ยีวางแผนที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในแบบเดียวกันกับโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม พีดีไอ แม่ระมาดที่ได้ซื้อกิจการเมื่อเดือนธันวาคม 2559


          เมื่อรวมโรงไฟฟ้าโซลาร์ ฟาร์มประเทศญี่ปุ่นที่ได้เปิดดำเนินการไปแล้วและโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง กับโรงไฟฟ้าโซลาร์ ฟาร์มที่พีดีไอได้ซื้อมา โดยมีโรงไฟฟ้าขนาดกำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์ จำนวน 2 แห่ง และโรงไฟฟ้าขนาดกำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์จำนวน 1 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่จังหวัดปราจีนบุรี โรงไฟฟ้าอีก 2 แห่ง ขนาด 6 เมกะวัตต์และขนาด 4 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดสมุทรสาคร และโรงไฟฟ้าขนาด 1 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดขอนแก่น จะทำให้พีดีไอ เอ็นเนอร์ยีดำเนินการโรงไฟฟ้าโซลาร์ ฟาร์มในภูมิภาคเอเชียรวม 50 เมกะวัตต์