“อาคารศาลาไทย” โชว์ศักยภาพพลังงานชีวภาพ-เอกลักษณ์ไทย

0
356

“อาคารศาลาไทย” (Thailand Pavilion) ขนทัพนักแสดงกว่า 50 ชีวิต จัดงาน “วันเสมือน วันชาติไทย” วันที่ 1 ก.ค.นี้ โชว์ศักยภาพพลังงานชีวภาพและเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยให้ทั่วโลกสัมผัสหลังขึ้นแท่นพาวิลเลียนไฮไลท์ พร้อมมั่นใจอาคารศาลาไทย ติด 1 ใน 5 พาวิลเลียน ยอดนิยมจาก 115 ประเทศทั่วโลก

วันนี้ (1 กรกฎาคม 2560) พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (พน.) กล่าวว่า หลังจาก Astana Expo 2017 หรือ งาน International Recognized Exhibition งานมหกรรมนานาชาติของมวลมนุษยชาติ ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน ได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนกว่า 115 ประเทศทั่วโลก และ 20 องค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างคับคั่ง มั่นใจว่าตลอดการจัดงาน 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายนถึงวันที่ 10 กันยายน 2560 อาคารศาลาไทยจะเป็นหนึ่งในพาวิลเลียนยอดนิยม และมีผู้เข้าชมอาคารศาลาไทย ไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน

สำหรับ “อาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) ในปีนี้สร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด “การพัฒนาด้านพลังงานชีวภาพเพื่อมนุษยชาติ (Bioenergy for All)” เพื่อแสดงศักยภาพอันโดดเด่นในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติของไทย ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพและความก้าวหน้าในการพัฒนาพลังงานทดแทน สอดคล้องกับแนวคิดหลักของเอ็กซ์โปปีนี้ที่ว่า “พลังงานแห่งอนาคต (Future Energy)” โดยที่ผ่านมามีผู้ชมจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้าชม “อาคารศาลาไทย” (Thailand Pavilion) อย่างไม่ขาดสาย ซึ่งพาวิลเลียนของประเทศไทยได้โชว์ศักยภาพสุดอลังการ สร้างความสนใจให้กับผู้ชมจากนานาประเทศจนได้รับเลือกให้เป็นพาวิลเลียนยอดนิยม จนถึงขณะนี้ (1ก.ค.60) มีผู้เข้าชมไปแล้วกว่า 1 แสนคน และกระทรวงพลังงานยังมั่นใจว่าอาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) จะเป็น 1 ใน 5 พาวิลเลียนยอดนิยมในงานนี้อีกด้วย

พลเอกอนันตพรกล่าวว่า ประเทศไทยได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทยภายใต้แนวคิด “BEATS FROM THE FARM” หรือ ความสนุกสนานที่มาจากฟาร์ม เพื่อสอดคล้องกับแนวคิดของอาคารศาลาไทยซึ่งก็คือ Bioenergy for All ที่แสดงถึงพืชพลังงานที่สามารถปลูกได้จากธรรมชาติ โดยที่การแสดงนี้จะช่วยสื่อถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ ผ่านการแสดงทั้งหมด 5 องค์ ประกอบด้วย Introducing Thailand : น้องพลังและประเทศไทย, Thailand Cultural Show : การแสดงสยามนาฏยสังคีตนิทัศน์ จากกระทรวงวัฒนธรรม ได้แก่ ระบำกินนรี การแสดงโขนรามเกียรต์ ตอน “ยกรบ” และหุ่นละครเล็กโจหลุยส์, Thailand and Products from our Farm : การแสดงวิถีชีวิตไทยและพลังงานไทย โดยมีการแสดงพิเศษจาก “น้องขวัญ” น.ส.ปิ่นทิพย์ อรชร รองนางสาวไทยอันดับ 1 ประจำปี 2559 มาร่วมสร้างสีสันร้องเพลงและแสดง รำเคียวเกี่ยวข้าวที่แสดงถึงความเป็นไทย, Farming the Energy for All : บทสรุปพลังงานไทย และสุดท้ายกับการแสดง Celebrating the Future Energy : พลังงานอนาคตของฟาร์ม ซึ่งเป็นบทสรุปของพลังงานแห่งอนาคต ที่ผสมผสานกันระหว่างธรรมชาติ เทคโนโลยี ดนตรีไทย และวิถีไทย ที่เข้ากันอย่างลงตัว อันเป็นการสื่อถึงความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกันในการ่วมพัฒนาพลังงานไปด้วยกัน เพื่อโลกของเรา

“การจัดแสดงนิทรรศการครั้งนี้จะทำให้ทั่วโลกได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น เพราะอาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) ได้รับการตอบรับอย่างดีจากจำนวนประชาชนที่ไปต่อคิวเข้าชมอาคารศาลาไทยในทุกๆ วัน ตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งคำชมจากผู้จัดงานว่าเรามีการเตรียมพร้อมในการโชว์ศักยภาพเป็นอย่างดี โดยทางกระทรวงฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานวันเสมือนวันชาติไทย และอาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) ครั้งนี้ ถือเป็นการนำเสนอความงดงาม ความหลากหลายทางพลังงานชีวภาพ และพลังงานทดแทนของประเทศไทยที่ได้ยึดถือตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ผู้ทรงเป็น“พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” และเป็นต้นแบบในเรื่องปรัชญา“ความพอเพียง” มาใช้เป็นแนวทางในการใช้ทรัพยากรในประเทศที่มีอยู่อย่างคุ้มค่ โดยมุ่งหวังให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในอนาคต” รมว.พลังงานกล่าว

ด้านนายธรรมยศ ศรีช่วย รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การสร้างสรรค์อาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) ในครั้งนี้ เพื่อต้องการสื่อให้เห็นถึงการบริหารจัดการด้านพลังงานที่ยั่งยืนของประเทศไทย โดยใช้กลยุทธ์การนำเสนอที่ผสมผสานเน้นสร้างการรับรู้ และความประทับใจให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมอาคารศาลาไทย อาทิ การเดินสายโรดโชว์ประชาสัมพันธ์การจัดงาน ด้วยเทคนิค VR 360 Thailand Pavilion พร้อมด้วยมาสคอต “น้องพลัง” เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับชาวคาซัคสถานไปยังสถานที่สำคัญๆ ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานในเมืองอัลมาตี และเมืองอัสตานาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งภายในบริเวณการจัดงาน ยังนำการแสดงโชว์ต่างๆ ของอาคารศาลาไทย และกระทรวงวัฒนธรรม มานำเสนอบริเวณหน้าพาวิลเลียนไม่ว่าจะเป็นการแสดงจากหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ การแสดงรำเคียวเกี่ยวข้าว หรือ การแสดงมวยไทย เพื่อมาร่วมประชาสัมพันธ์รอบบริเวณการจัดงาน

“อาคารศาลาไทย” (Thailand Pavilion) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 974.67 ตารางเมตร ประกอบด้วยส่วนแสดง นิทรรศการชั้น 1 ขนาด 740.3 ตารางเมตร และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ชั้น 2 ขนาด 234.37 เมตร ภายใต้แนวคิด “การพัฒนาด้านพลังงานชีวภาพเพื่อมนุษยชาติ (Bioenergy for All)” เพื่อแสดงศักยภาพอันโดดเด่นในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติของไทยที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพและความก้าวหน้าในการพัฒนาพลังงานทดแทน โดยนำเสนอด้วยรูปแบบ“EDUTAINMENT” หรือการเรียนรู้ ผ่าน 3 ห้องนิทรรศการหลัก ได้แก่ นิทรรศการห้องที่ 1: Our Ways, Our Thai สัมผัสวิถีความเป็นไทย เอกลักษณ์ความงดงามของธรรมชาติ และวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาด้านพลังงานทดแทนในรูปแบบของ Live Exhibition ควบคู่กับการจัดแสดง และสาธิตทางวัฒนธรรมไทย ที่จะมีการสลับผลัดเปลี่ยนการแสดง ตลอดระยะเวลาการจัดงาน

ห้องนิทรรศการที่ 2 : Farming the Future Energy เป็นห้องสรุปเรื่องราวแนวคิดของ อาคารศาลาไทยในรูปแบบเทคนิค 4D ภาพยนตร์ 3 มิติ ซึ่งจะผนวกกับการสร้างสรรค์หุ่นยนต์ Animatronic “น้องพลัง” มาสคอตข้าวโพดในรูปแบบเคลื่อนไหวแบบเสมือนจริง เพื่อเล่าเรื่องราวในห้องทดลองสุดมหัศจรรย์ และการกำเนิดของพลังงานแห่ง อนาคต รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและคาซัคสถาน และในห้องนิทรรศการสุดท้าย Energy Creation Lab พบการนำเสนอพลังงานชีวภาพ และชีวมวลจากพลังงาน 9 ชนิด ประกอบด้วย ได้แก่ อ้อย ยูคาลิปตัส ยางพารา หญ้าโตเร็ว ข้าว ข้าวโพด มูลสัตว์และของเสีย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ในรูปแบบ Interactive Exhibition

นอกจากนี้ยังมีส่วนนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ ที่จะแสดงศักยภาพด้านการธุรกิจการลงทุน สินค้าพลังงาน สินค้าหัตถกรรมจากท้องถิ่นไทย วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สำหรับการจัดแสดงชั้นที่ 2 เป็นพื้นที่รับรองแขกพิเศษ ร้านอาหารไทย โดยบริษัท การบินไทย จำกัด ร้านกาแฟดริปอเมซอน จากบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และพื้นที่สำหรับการจัด Business Matching และ Investment Clinic จาก BOI

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้นำคณะนักธุรกิจจากไทย จำนวน 16 ราย เข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ Business Matching ในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ พร้อมทั้งการจัดแสดงผลิตภัณฑ์สินค้าอาหารฮาลาล ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมได้ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สำนักสังคีตกรมศิลปากร และคณะนาฏยศาลาหุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์) นำการแสดงทางวัฒนธรรมไปร่วมโชว์บนเวทีกลาง จำนวน 26 ชุดการแสดง ได้แก่ การแสดงโขน ตอน พระรามรบทศกัณฑ์, การแสดงดาบ 2 มือ, การรำมโนราห์ การฟ้อนต่างๆ เป็นต้น พร้อมทั้งการสาธิตทำเครื่องแต่งกายและนุ่งหุ่มแบบไทย การสาธิตหุ่นกระบอก ขณะที่กรมการพัฒนาชุมชนจัดให้มีการสาธิตหัถกรรมไทยและการแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ (OTOP), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดให้มีการสาธิตการเพ้นท์ร่ม การแกะสลักผลไม้ และการนวดแผนไทย เป็นต้น

“อาคารศาลาไทย”(Thailand Pavilion) ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดประตูทางการค้า การลงทุน และยังถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านพลังงานชีวภาพ และพลังงานทดแทนของประเทศไทยในงาน “อัสตานา เอ็กซ์โป 2017” ครั้งนี้ อันจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในสายตาชาวต่างชาติรวมทั้งทำให้ต่างชาติรู้จักและเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่สำคัญที่สุดคนไทยทั้งประเทศจะได้ร่วมภาคภูมิใจกับอาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) อีกครั้ง” รองธรรมยศ กล่าว