พพ.จี้เอกชนรายงานประหยัดพลังงานในอาคารมี.ค.นี้

0
1341

พพ. เตือนเอกชนรีบส่งผลตรวจสอบการจัดการพลังงานในอาคารตามกฎหมายภายใน มี.ค.นี้ เผยปี 60 เตรียมงบให้เปล่าหนุนอาคารเก่าประหยัดพลังงานอีกรายละ 40,000 บาท เปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการ 31 พ.ค. พร้อมระบุใกล้คลอดกฎหมายควบคุมอาคารสร้างใหม่ประหยัดพลังงาน คาดจะมีผลบังคับใช้ในภายใน 1-2 ปีนี้

20170327_pr01
นายดนัย เอกกมล รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการโรงงานและอาคารควบคุมจะต้องส่งรายงานผลการตรวจสอบและรับรองจัดการพลังงานให้ พพ. ภายในเดือน มี.ค. 2560 นี้ มิเช่นนั้นจะมีความผิดตามกฎหมายและอาจไม่ได้รับเงินสนับสนุนการดำเนินการประหยัดพลังงานของปี 2559 ที่ผ่านมาได้ ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบการจัดการพลังงานดังกล่าว ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ภาครัฐจะนำมาประเมินเพื่อกำหนดเป็นนโยบายการประหยัดพลังงานในอาคารต่อไป

สำหรับโรงงานและอาคารควบคุมที่เข้าเกณฑ์ต้องส่งรายงานได้แก่ อาคารโรงงานที่ติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าตั้งแต่ 3,000 กิโลวัตต์ หรือ ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้ารวมตั้งแต่ 3,530 กิโลโวลต์แอมแปร์ (KVA) หรือใช้พลังงานรวมตั้งแต่ 60 ล้านเมกะจูลต่อปี ซึ่งต้องมีผลการอนุรักษ์พลังงานไม่น้อยกว่า 1.5% ของปริมาณการใช้พลังงานรวม หรือประหยัดพลังงานไม่น้อยกว่า 3 แสนเมกะจูล เบื้องต้นมีผู้ขอรับการสนับสนุนและผ่านเกณฑ์ 746 แห่ง คิดเป็นเงินสนับสนุนรวม 29.84 ล้านบาท ซึ่งการจะรับเงินสนับสนุนดังกล่าวได้นั้นต้องส่งรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานให้ พพ.ก่อนเท่านั้น

20170327_pr01-4
ทั้งนี้ พพ. เตรียมดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานต่อในปี 2560 นี้ ภายใต้ชื่อ “โครงการส่งเสริมการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานด้วยกลไกการตรวจสอบ และรับรองการจัดการพลังงานตามกฎหมาย” โดยจะเปิดให้ยื่นใบสมัครได้ภายใน 31 พ.ค. 2560 โดยผู้ร่วมโครงการจะได้รับเงินสนับสนุนเงินรายละ 40,000 บาท กลุ่มเป้าหมายคือโรงงานและอาคารควบคุมเดิมที่ยังไม่ได้เข้าร่วมมาตรการนี้ในปี 2559 คาดว่า มีทั้งสิ้นประมาณ 4,000 แห่ง โดยจะมีการปรับเกณฑ์ให้ผู้ร่วมโครงการ เป็นกลุ่มที่มีการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าขนาดตั้งแต่ 2,000 กิโลวัตต์ หรือติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้ารวมตั้งแต่ 2,350 KVA ขึ้นไป หรือใช้พลังงานรวมตั้งแต่ 40 ล้านเมกะจูลต่อปี โดยมีเป้าหมายการประหยัดพลังงานให้ได้ 300 กิโลตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (KTOE )

20170327_pr03
สำหรับกลุ่มอาคารสร้างใหม่นั้นกระทรวงพลังงานเตรียมออกมาตรการประหยัดพลังงานตั้งแต่การก่อสร้าง โดยจะกำหนดเป็นกฎหมายบังคับ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดจากกรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย หากผ่านการพิจารณาได้เร็ว คาดว่าจะเริ่มมีผลใช้ได้ภายใน 1-2 ปีนี้ โดยเกณฑ์เบื้องต้นจะกำหนดบังคับใช้กับอาคารใหม่ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1 หมื่นตารางเมตรขึ้นไป ซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ 100 อาคาร และปีต่อไปจะครอบคลุมอาคารตั้งแต่พื้นที่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป และจากนั้นจะครอบคลุมพื้นที่อาคารตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป คาดว่ากฎหมายดังกล่าวจะช่วยให้เกิดการประหยัดพลังงานในอาคารลงได้ 10% เมื่อเทียบกับอาคารแบบเก่า แต่ยอมรับว่าค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างจะสูงขึ้นกว่าปกติ 6% เพราะวัสดุอุปกรณ์ส่วนใหญ่จะเป็นกระจก ทั้งนี้ เทคโนโลยีใหม่อาจช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการลงได้