มติ กพช.เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

0
558

กพช.มีมติเห็นชอบเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ระบุชุมชนให้การยอมรับ และเทคโนโลยีที่ใช้มีมาตรฐานระดับโลก ไม่เป็นอันตรายต่อชุมชน คาดเริ่มก่อสร้างได้ปีหน้า พร้อมสั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องทำความเข้าใจกลุ่มต่อต้าน นายกฯ เผยทุกอย่างจะดำเนินการตามกฎหมาย ศึกษารอบด้าน มีความปลอดภัย และอย่าพยายามสร้างความขัดแย้งกันอีก

20170217_pr05
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

20170217_pr06
พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุม กพช. มีมติเห็นชอบเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ 800 เมกะวัตต์ โดยพิจารณาแล้วว่าชุมชนให้การยอมรับ และปัจจุบันโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่เป็นอันตรายต่อชุมชนแล้ว เนื่องจากโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ จะเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดที่ใช้ระบบ Ultra Super Critical (USC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงและมีมาตรฐานระดับโลก ทั้งนี้จะต้องมีการทำรายงานผลกระทบสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) ให้เสร็จก่อน และคาดว่าจะเริ่มต่อสร้างได้ประมาณปี 2561 และผลิตไฟฟ้าเข้าระบบได้อย่างช้าสุดประมาณปลายปี 2564 หรือต้นปี 2565

20170217_pr01

อย่างไรก็ตาม กพช.ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้คัดค้าน โดยแยกประเด็นว่าคัดค้านเรื่องใด เพื่อแก้ไขและทำความเข้าใจให้ตรงจุดที่สุด แต่ถ้าคัดค้านตามอุดมการณ์ที่ไม่ต้องการให้มีโรงไฟฟ้าเกิดขึ้นเลยทุกพื้นที่ก็ต้องทำความเข้าใจถึงโลกแห่งความเป็นจริงที่ประเทศจะต้องบริหารความเสี่ยงเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงพลังงานประเทศ

ทางด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กพช.มีมติให้ดำเนินการในเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดที่จังหวัดกระบี่ต่อไปตามขั้นตอนกฎหมาย เนื่องจากโครงการดังกล่าวได้มีการดำเนินการตั้งแต่ปี 2550 และเป็นไปตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ซึ่งหลังจากมีการพิจารณาและศึกษามาแล้ว 2 ปีเห็นว่า มีความคุ้มค่าและปลอดภัย และรัฐบาลได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมในการสร้างความเข้าใจไปแล้วในช่วงเวลาดังกล่าว ดังนั้นจึงต้องปลดล็อคเพื่อให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่จะสร้างเมื่อใดนั้นจะต้องรอการดำเนินการต่อไป

20170217_pr04

“ขออย่าสร้างความขัดแย้งอีก ซึ่งทราบว่าขณะนี้มีมวลชนมาเคลื่อนไหวคัดค้าน จึงต้องดูว่ามาคัดค้านในเรื่องใด ซึ่งส่วนตัวได้สั่งการให้เจ้าหน้าหน้าที่กระทรวงพลังงานไปชี้แจง ขณะเดียวกันยังพบว่าอัตราการใช้ไฟฟ้าของภาคใต้สูงกว่าทุกภาค แต่กลับมีแหล่งพลังงานในพื้นที่น้อย ไม่เพียงพอจึงต้องมีการก่อสร้างเพิ่ม จึงขอให้ฟังหลักการและเหตุอย่าฟังเรื่องที่ไม่มีข้อเท็จจริง ดังนั้นสิ่งที่เคยชะลอไว้ขอให้ดำเนินการต่อตามกฎหมาย และลดความขัดแย้งให้ได้มากที่สุด เพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทยและประชาชนในพื้นที่ภาคใต้” นายกรัฐมนตรีกล่าว