บอร์ดบางจากอนุมัติ1,200 ล้านลุยธุรกิจลิเทียม

0
984

บอร์ดบางจากฯ อนุมัติให้บริษัทย่อยคือ BCP Innovation Pte. Ltd. (BCPI) ) เข้าลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุน จำนวน 50ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ1,200 ล้านบาท ใน Lithium Americas Corp. หรือ LAC  เพื่อขยายธุรกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติและนวัตกรรมพลังงาน โดยแร่ลิเธียม ถือเป็นหัวใจสำคัญในอุปกรณ์แบตเตอรี่ ที่มีแนวโน้มความต้องการใช้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีราคาแพง

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2560 มีมติอนุมัติให้บริษัทย่อยของบริษัทฯ คือ BCP Innovation Pte. Ltd. (BCPI) เข้าลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุน จำนวน 50 ล้านหุ้นใน Lithium Americas Corp. หรือ LAC ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตรอนโต ประเทศแคนาดา และดำเนินโครงการเหมืองลิเทียมที่ประเทศอาร์เจนตินาและประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้ลงนามใน Investment Agreement กับ LAC เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2560 ในฐานะที่ BCPI เป็นผู้ลงทุน และ LAC เป็นผู้ออกหลักทรัพย์ เพื่อขยายธุรกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติและนวัตกรรมพลังงาน

โดยปัจจุบัน BCPI ถือหุ้นใน Lithium Americas Corp. จำนวน 20,286,757 หุ้น คิดเป็นประมาณร้อยละ 6.7 ของทุนชำระแล้ว และเมื่อลงทุนซื้อเพิ่มอีก50 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.85 ดอลลาร์แคนาดา รวมมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 42.50 ล้านดอลลาร์แคนาดา จะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของ BCPI เพิ่มเป็นร้อยละ16.4 และมีหุ้นเพิ่มเป็น 70,286,757 หุ้น โดยการซื้อขายดังกล่าวอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า LAC จะต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อมีมติอนุมัติการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยเฉพาะเจาะจง ในจำนวนและราคาที่กำหนดเพื่อให้การซื้อขายหุ้นเสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 เมษายน 2560

20170121_pr01

LAC เป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 50 ใน Minera Exar ร่วมกับ Sociedad Quimica y Minera de Chile (SQM) จากประเทศชิลี โดย SQM เป็นผู้ประกอบธุรกิจเคมีภัณฑ์ขนาดใหญ่ และยังเป็นผู้ผลิตลิเทียมจากน้ำเกลือ (brine) รายใหญ่ที่สุดในโลกที่มีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุดด้วย โดย Minera Exar อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ Cauchari Olaroz ซึ่งเป็นเหมืองลิเทียมในจังหวัด Jujuy ประเทศอาร์เจนตินา มีกำลังการผลิต 25,000 ตันต่อปี ในระยะแรก และเพิ่มเป็น 50,000 ตันต่อปี ในระยะที่ 2 โครงการจะสามารถพัฒนาเป็นเหมืองลิเทียมจากน้ำเกลือได้ในปี 2562 คาดว่าเมื่อมีกำลังการผลิตเต็มที่จะมีกำลังการผลิตใหญ่กว่า SQM ในชิลี นอกจากนี้ LAC ยังมีการพัฒนาเหมืองลิเทียมอีกแห่งหนึ่งในรัฐ Nevada ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย

เมื่อเข้าลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวแล้ว BCPI ตกลงที่จะให้เงินกู้ยืมแก่ LAC จำนวนไม่เกิน 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเป็นเงินกู้ยืม/เงินลงทุนให้Minera Exar ดำเนินการก่อสร้างและดำเนินการเกี่ยวกับเหมืองลิเทียม ซึ่ง Minera Exar S.A. เป็นบริษัทที่ LAC ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 50 และได้รับประทานบัตรในการสำรวจและทำเหมืองแร่ลิเทียมในประเทศอาร์เจนตินาเพื่อใช้ในการก่อสร้างและการดำเนินงานอื่นๆ ในโครงการ Cauchari Olaroz ตามสัดส่วนการลงทุนของLAC ใน Minera Exar โดย BCPI จะได้สิทธิการซื้อผลผลิตแร่ลิเทียมและผลผลิตปุ๋ยโปแตช ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต (By Product) จาก Minera Exar ในจำนวนที่ตกลงกันเป็นเวลา 20 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มต้นการจำหน่ายเชิงพาณิชย์

20170121_pr01-2

ทั้งนี้ ข้อกำหนดและเงื่อนไขในการให้กู้ยืมและการซื้อผลผลิตดังกล่าวจะเป็นไปตามทางการค้าปกติ โดยมีค่าตอบแทนที่เหมาะสมในลักษณะเดียวกันกับการทำธุรกรรมระหว่างผู้ค้าที่มีความเป็นอิสระ และไม่มีความเกี่ยวโยงกัน และการลงทุนในครั้งนี้มีเป็นขนาดรายการประมาณ 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ1,200 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าร้อยละ 15 ตามเกณฑ์การได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์