“อนันตพร”เล็งหาพื้นที่ผุดโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กเพิ่ม

0
423

รมว.กระทรวงพลังงานเล็งหาพื้นที่สร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็กเพิ่ม พร้อมเตรียมพิจารณาให้ 25 โรงขายไฟฟ้าเข้าระบบ ด้านอธิบดี พพ. เผยจ่อกำหนดราคาขายไฟฟ้าเสนอ กพช.ต่อไป

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมโรงไฟฟ้าพลังน้ำคิรีธารและโรงไฟฟ้าพลังน้ำคลองทุ่งเพล จ.จันทบุรีว่า กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการหาพื้นที่สร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กเพิ่ม จากปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งหมดกว่า 80 แห่ง เนื่องจากเป็นโรงไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชนทั้งด้านไฟฟ้า เกษตรกรรมและยังช่วยดันน้ำเค็มจากทะเลได้ด้วย

นอกจากนี้กระทรวงพลังงานยังอยู่ระหว่างพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากโครงการไฟฟ้าขนาดเล็กในชุมชนจำนวน 25 แห่ง ขนาดกำลังผลิตรวม 2.97 เมกะวัตต์ เข้าระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(PEA) เพื่อให้เป็นไปตามแผนพลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียน (AEDP2015) ที่มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเป็น 30% ในปี 2579 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือในระดับนโยบายเพื่อหาข้อสรุปต่อไป

สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำคิรีธารและโรงไฟฟ้าพลังน้ำคลองทุ่งเพล เป็นโรงไฟฟ้าที่สำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านจังหวัดจันทบุรีเป็นอย่างมากทั้งในด้านการจัดหาน้ำในช่วงฤดูแล้ง การป้องกันน้ำเค็มจากทะเลและป้องกันน้ำท่วมในช่วงหน้าฝนให้กับเกษตรกรสวนผลไม้ในจังหวัดจันทบุรี ตลอดจนช่วยลดปัญหาเรื่องปริมาณกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอในพื้นที่ด้วย

20161217_pr01-1
โครงการไฟฟ้าพลังน้ำคิรีธาร เป็นโครงการที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในการเสด็จประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2531 และพระราชทานนามว่า “เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำคิรีธาร” ซึ่งโครงการดังกล่าวสามารถผลิตไฟฟ้าได้ปีละ 27 ล้านหน่วย สามารถช่วยเสริมกับระบบไฟฟ้าที่มีอยู่โดยเชื่อมโยงที่สถานีจ่ายไฟฟ้าจันทบุรี บ้านหนองหว้า อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี รวมถึงทดแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ได้ประมาณปีละ 6.95 ล้านลิตรต่อปี และลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศได้ปีละ 5.98 ktoe (พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ) นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านการเกษตรกรรมในเขตจังหวัดจันทบุรีเป็นพื้นที่ 35,000 ไร่

ทั้งนี้โครงการไฟฟ้าพลังน้ำคิรีธาร ได้เดินเครื่องผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค. 2529 ในรูปแบบสัญญาไม่เสถียร(Non-Firm)ปัจจุบันได้ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. 2554 มีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 823 ล้านหน่วย มีการจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบรวมอยู่ที่ 811 ล้านหน่วย รวมรายได้ 1,500 ล้านบาท

ส่วนโครงการไฟฟ้าพลังน้ำคลองทุ่งเพลเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสที่พระองค์ทรงเสด็จประกอบพิธีเปิดเขื่อนและโครงการไฟฟ้าพลังน้ำคิรีธาร เมื่อปี 2531 โดยทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับเรื่องการนำน้ำจากห้วยสะตอมายัง เขื่อนคิรีธาร และโครงการไฟฟ้าพลังน้ำคลองทุ่งเพล เพื่อประโยชน์ในการเกษตรและการผลิตไฟฟ้าให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งทางสำนักงานพลังงานแห่งชาติในขณะนั้น หรือ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.)ในปัจจุบัน ได้น้อมนำพระราชดำริมาศึกษาและจัดทำเป็นโครงการไฟฟ้าพลังน้ำคลองทุ่งเพล

20161217_pr01

โดยสามารถผลิตไฟฟ้าได้ปีละ 28.16 ล้านหน่วย ช่วยลดการสูญเสียในระบบสายส่ง และส่งเสริมความมั่นคง ในระบบสายส่งของประเทศ รวมถึงได้ส่งน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ 58,822 ไร่ ครอบคลุม 4 ตำบล ในอำเภอเขาคิชฌกูฏ และอำเภอมะขาม คือ ตำบลพลวง ตำบลตะเคียนทอง (บางส่วน) อำเภอเขาคิชฌกูฏ และตำบลวังแซ้ม ตำบลฉมัน อำเภอมะขาม

นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานกำลังเตรียมพิจารณาการขายไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก 25 แห่ง เข้าระบบของ PEA โดยหารอนุมัติแล้ว ทาง พพ.จะเสนอคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เพื่อกำหนดราคาขายไฟฟ้า และขออนุมัติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ต่อไป

20161217_pr01-2

“ที่ผ่านมาโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก 25 โรง ไม่สามารถขายไฟฟ้าเข้าระบบได้เพราะติดปัญหาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน(ร.ง.4) ตอนนี้แก้ปัญหาเรียบร้อยแล้ว จึงเสนอกระทรวงพลังงานพิจารณาให้ขายไฟฟ้าเข้าระบบต่อไป โดยโรงไฟฟ้านี้มีกำลังการผลิตอยู่ระหว่าง 30-300 กิโลวัตต์ โดยเป็นโรงไฟฟ้าที่ พพ.นำงบประมาณแผ่นดินและงบกองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานประมาณ 500 ล้านบาท มาดำเนินการ และในอนาคตจะมอบให้องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) รับผิดชอบดูแลต่อไป”