ก.อุตฯชงแผนส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าเข้า ครม.

0
264

หน่วยงานภาครัฐเร่งขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในไทยโดยกระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอแนวทางส่งเสริมต่อ “ครม.” ในวันที่ 26 ก.ค.ลุ้นลดภาษีสรรพสามิตกดราคารถลดลงเหลือคันละเฉลี่ย 1.2 ล้านบาท พร้อมตั้งเงื่อนไขต้องลงทุนประกอบและผลิตชิ้นส่วนในไทย ยอมรับปัจจุบันยังเป็นของเล่นเศรษฐี ขณะที่ “กกพ.” เตรียมคลอดค่าไฟเดือน ส.ค.นี้เพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้า เผยกลางวันจะอยู่ที่ราว 5 บาทกว่า

20160726_pr014

นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในวันนี้ (26 ก.ค.) กระทรวงฯจะเสนอแผนส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยหาก ครม.เห็นชอบก็ต้องให้ทางกระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) พิจารณากำหนดเรื่องนโยบายภาษี และแนวทางส่งเสริมการลงทุน ซึ่งอาจจะมีการยกเว้นภาษี แต่ประเด็นสำคัญที่มีเงื่อนไข คือ ผู้ประกอบจะต้องมีแผนการยืนยันเรื่องการลงทุนประกอบหรือผลิตชิ้นส่วนในไทยด้วย หาก ครม.เห็นชอบก็คงจะเห็นกรอบการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าที่ชัดเจนภายในเดือนกันยายนนี้

20160726_pr013

“ขณะนี้รถ EV ภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ 10% โดยราคารถยนต์ไฟฟ้าขณะนี้ยังเป็นของเล่นของพวกเศรษฐีเพราะอยู่ที่ 1.6-1.8 ล้านบาท หากลดภาษีลงมา 5-6 แสนบาท อย่างนิสสัน ลีฟราคาก็จะลดลงเหลือประมาณ 1.2 ล้านบาท โดยปัจจุบันประเทศไทยมีรถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกจำนวน 50 คัน แต่ปัญหาคือ อู่ซ่อมจะเป็นอย่างไร ระบบแบตเตอรี่ขณะนี้ก็ยังแพงอยู่ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็พยายามส่งเสริมให้เกิดขึ้น โดย ไม่ใช่การนำเข้ารถยนต์เท่านั้น แต่อยากเห็นการผลิตชิ้นส่วนในไทยด้วย ดังนั้นการพัฒนาจึงต้องใช้เวลา”

20160726_pr01

ทั้งนี้ คาดว่าอาจเห็นกรอบการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าที่ชัดเจนภายในเดือนกันยายนนี้ ขณะที่อนุกรรมการค่าไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า นัดประชุมเดือนนี้ เพื่อสรุปผลในเดือนสิงหาคม ก่อนประกาศราคาค่าไฟฟ้าภาคขนส่ง คาดอยู่ที่เฉลี่ย 2-5 บาทต่อหน่วย

20160726_pr011

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า จะมีการประชุมอนุกรรมการค่าไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าภายในเดือนนี้ และสรุปเสนอต่อคณะกรรมการ กกพ.ในเดือนสิงหาคม เพื่อประกาศค่าไฟฟ้าสำหรับภาคขนส่งออกมาใช้ ซึ่งจะเป็นรูปแบบอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาของการใช้ หรือ ทีโอยู (Time of Use Rate – TOU) แต่จะหักค่าไฟฟ้าไม่ต้องมาอุดหนุนผู้ใช้ไฟฟรี 50 หน่วยต่อเดือน ที่ปกติแล้วผู้ประกอบการที่ใช้อัตราทีโอยูจะต้องมาอุดหนุนประมาณ 2.65 สตางค์ต่อหน่วย ดังนั้น ทีโอยูภาคขนส่งจะสะท้อนต้นทุนให้มากที่สุด ในช่วงกลางวันจะอยู่ประมาณกว่า 5 บาทต่อหน่วย และกลางคืนประมาณกว่า 2 บาทต่อหน่วย ส่วนใบขออนุญาตประกอบกิจการสถานีชาร์จไฟฟ้าจะต้องขออนุญาจจาก กกพ.หรือไม่นั้น ในขณะนี้ให้ทุกฝ่ายหารือในรายละเอียดอยู่

อ้างอิงข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9590000073822