GCLSI จัดหาแผงโซลาร์เซลล์คุณภาพสูงให้โอเชียน ซัน ใช้ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดของแอลเบเนีย

0
621

บริษัท จีซีแอล ซิสเตม อินทิเกรชัน เทคโนโลยี จำกัด (GCL System Integration Technology Co., Ltd. หรือ “GCLSI”) (รหัสหุ้นเซินเจิ้น: 002506) ซึ่งเป็นบริษัทเซลล์แสงอาทิตย์ชั้นนำระดับโลกจากประเทศจีน ประกาศว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดของแอลเบเนีย ระยะที่ 1 ประสบความสำเร็จในการเชื่อมต่อกับกริด โดย GCLSI มีส่วนร่วมในโครงการนี้ผ่านการจัดหาแผงโซลาร์เซลล์คุณภาพสูงที่ได้รับการจดสิทธิบัตร

GCLSI ทำงานร่วมกับบริษัทโอเชียน ซัน (Ocean Sun) ของนอร์เวย์ ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้พัฒนาเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำ โดย GCLSI เป็นซัพพลายเออร์จัดหาแผงโซลาร์เซลล์ให้กับโครงการโรงไฟฟ้าทุ่นลอยน้ำขนาด 2 MWp บนอ่างเก็บน้ำบันจา (Banja) ซึ่งเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

“เราภูมิใจที่แผงโซลาร์เซลล์ที่จดสิทธิบัตรของเราได้รับเลือกให้มีบทบาทสำคัญในโครงการโซลาร์ลอยน้ำที่สำคัญในแอลเบเนีย” โทมัส คุน จาง (Thomas Kun Zhang) ประธานบริหารของ GCLSI กล่าว “ความร่วมมือนี้พิสูจน์ว่า ผลิตภัณฑ์ที่ประทับตรา GCLSI มีศักยภาพการแข่งขันที่แข็งแกร่งในตลาดโซลาร์ลอยน้ำระดับโลก”

บอร์เก บียอร์นเอคเลตต์ (Børge Bjørneklett) ซีอีโอของโอเชียน ซัน กล่าวว่า “ความร่วมมือระยะยาวกับ GCLSI นั้นยอดเยี่ยมมาก ต้องขอบคุณแผงโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูงและทีมงานของ GCLSI ที่เป็นมืออาชีพและให้การสนับสนุนเราเป็นอย่างดี”

โครงการนี้ใช้เงินลงทุนทั้งหมดประมาณ 2 ล้านยูโร โดยบริษัทสแตตคราฟต์ (Statkraft) ผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ที่สุดของยุโรป ควบคุมดูแลโครงการร่วมกับโอเชียน ซัน ขณะที่ GCLSI เข้าร่วมโครงการนี้ผ่านการจัดหาแผงโซลาร์เซลล์ที่ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดในขั้นตอนการพัฒนา และเหมาะกับการใช้งานในหลายสถานการณ์ ซึ่งรวมถึงการแช่อยู่ใต้น้ำทะเลเป็นเวลานานโดยไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ

การดำเนินโครงการระยะที่ 1 ประกอบด้วยแผงโซลาร์เซลล์ประมาณ 1,600 แผง ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 4,000 ตารางเมตร และมีกำลังการผลิตติดตั้ง 0.5 เมกะวัตต์ (MWp) โดยโรงไฟฟ้าทุ่นลอยน้ำแห่งนี้ประสบความสำเร็จในการติดตั้งและเชื่อมต่อกับกริดเมื่อไม่นานมานี้

สำหรับโครงการระยะที่ 2 จะเพิ่มกำลังการผลิตรวม 1.5 MWp และคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ ซึ่งหลังจากสร้างแล้วเสร็จ โรงงานจะผลิตพลังงานหมุนเวียนและป้อนพลังงานเข้าสู่กริดของประเทศแอลเบเนีย