EVAT เดินหน้าเพื่อพัฒนาระบบการใช้งานสถานีอัดประจุไฟฟ้าข้ามเครือข่าย & เร่งความร่วมมือทางเทคโนโลยีด้านระบบกักเก็บพลังงานกับพันธมิตร

0
1001
(เรียงลำดับจากซ้าย) ผศ.ดร.อุเทน สุปัตติ ,ศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์, คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ , คุณสรรเพชญ ตั้งเสาวภาคย์ และคุณฉันทกร เดวิชญ์ จำศิลป์

               เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.​ 2563 เวลา 10:00 น. ณ อาคาร The Knowledge Exchange:KX สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) นำโดยนายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมฯ เเถลงเเผนการดำเนินงานของสมาคม เเละทิศทางการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าใน ประเทศไทย พร้อมด้วย รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ อุปนายกฯ ฝ่ายส่งเสริมการวิจัย, นายสรรเพชญ ตั้งเสาวภาคย์ อุปนายกฯ ฝ่ายอุตสาหกรรม, ผศ.ดร.อุเทน สุปัตติ  อุปนายกฯ ฝ่ายวิชาการ เเละนายฉันทกร เดวิชญ์ จำศิลป์ อุปนายกฯ ฝ่ายส่งเสริมการใช้ โดยคณะกรรมการชุดใหม่นี้จะมีวาระการทำงานในระหว่างปี พ.ศ. 2563 ถึง 2565

กฤษฎา อุตตโมทย์

               นายกฤษฎากล่าวว่า สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ภายใต้การทำงานของคณะกรรมการชุดใหม่นี้ เเบ่งการทำงานออกเป็น 5 ฝ่าย ได้เเก่ ฝ่ายเลขานุการ, ฝ่ายส่งเสริมการวิจัย, ฝ่ายวิชาการ, ฝ่ายอุตสาหกรรมและฝ่ายส่งเสริมการใช้ ทุกฝ่ายล้วนมีการทำงานด้วยวิสัยทัศน์เดียวกันคือ ส่งเสริมให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่จะช่วยลดปัญหามลพิษ ในท้องถนนโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ทำให้เกิดการใช้พลังงานในภาคขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรม การผลิต พัฒนาและวิจัยยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้มีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันในตลาดสากลได้มากขึ้น

               ในส่วนของผลงานในปีที่ผ่านมาไปจนถึงเดือนกันยายน 2563 นี้ ทางสมาคมได้ดำเนินการเเบ่งออกเป็น 3 หัวข้อหลักได้เเก่

                1. ผลงานในความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งทางสมาคมได้จับมือเป็นพันธมิตรกับองค์กรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศต่างๆ เช่นAsian Federation of Electric Vehicle Association (AFEVA) ที่มีสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าประเทศฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย เป็นพันธมิตรในโครงการความร่วมมือต่างๆระหว่างสมาคมฯ นอกจากนี้ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยยังได้ลงนามข้อ ตกลงความร่วมมือ ด้านข้อมูล เทคโนโลยี เเละ พัฒนายานยนต์ไฟฟ้าระหว่างประเทศไทยเเละเกาหลีใต้, และในด้านความร่วมมือทางวิชาการนั้น สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมบรรยายและสัมมนาในหัวข้อยานยนต์ไฟฟ้าบนเวที นานาชาติในประเทศฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย เเละเกาหลีใต้ เป็นต้น

                2. ผลงานในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและการสนับสนุนร่วมกับหน่วยงานของภาครัฐ เมื่อปี 2562 ทางสมาคมได้เข้าชี้แจงข้อเสนอแนวทางการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้ากับคณะเลขาธิการ ณ กระทรวงพลังงาน, ดร.ยศพงศ์ ลออนวล นายกสมาคมกิตติมศักดิ์ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ครั้งที่ 1-1/2563 ในฐานะที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการ นโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ , ทางสมาคมยังได้เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลเรื่องการจัดซื้อรถยนต์ xEV ในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมร่วมกับทางสำนักงบประมาณ

                “อีกหนึ่งโครงการความร่วมมือที่ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ 11 องค์กรพันธมิตรผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาระบบ เชื่อมต่อการใช้สถานีอัดประจุไฟฟ้าข้ามเครือข่าย ร่วมกับทางภาครัฐเเละภาคเอกชน หรือที่เรียกชื่อโครงการนี้ ว่า Charging Consortium เพื่อให้ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้บริการอัดประจุไฟฟ้าได้ในทุกเครือข่ายฯ รวมไปถึงการพัฒนาระบบการให้บริการที่เป็นมาตรฐานในอนาคตอันใกล้

สวทช.  มข. มจธ. มจพ. ร่วมกับ EVAT ลงนามเอ็มโอยูภาคีเครือข่ายเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย

                นอกจากนี้ทางสมาคมยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกับภาคีเครือข่ายเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (Thailand Energy Storage Technology Alliance: TESTA)  ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เพื่อสร้างเครือข่ายการดำเนินงานในการ พัฒนาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทยตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่าซึ่งจะยิ่งทำให้ประเทศไทยมีองค์ความรู้ด้านการกักเก็บ พลังงาน จากนักวิจัยในประเทศไทยเอง เเละจะสามารถสร้างสรรค์เทคโนโลยีต่างๆ ที่เอื้อต่อการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าได้อีกด้วย

                3. ผลงานการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนด้านวิชาการและความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไป  ทางสมาคมได้มีการจัดทำรถสามล้อไฟฟ้า ต้นเเบบ เปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปเป็นไฟฟ้า เพื่อเป็นเเนวทางในการผลิตสำหรับ ผู้ประกอบการ อีกทั้งทางสมาคมได้จัดทำ EVAT Directory 2020 ที่รวบรวมข้อมูลสมาชิกยานยนต์ไฟฟ้าที่จัดจำหน่ายในไทย เเละให้บุคคลทั่วไปสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เเละที่ผ่านมาล่าสุด สมาคมร่วมกับอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ได้จัดการประชุมด้านยานยนต์ไฟฟ้านานาชาติ (iEVTech 2020) ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ประจำปี 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ภายใต้หัวข้อ “Scaling-up Electric Mobility & Beyond” ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของค่ายรถยนต์ชั้นนำ 7 บริษัท มาแสดงวิสัยทัศน์ในการยกระดับยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

                สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยรายงานตัวเลขผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดว่า นับตั้งเเต่ปี 2558 ถึง 2563 ทั้งในส่วนของรถยนต์ประเภทปลั๊ก-อินไฮบริด (PHEV) ที่มีเเนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในส่วนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (BEV)  ก็มีสถิติการจดทะเบียนในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 สูงกว่ายอดจดทะเบียนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในปี 2562 ทั้งปี

            นายกฤษฎากล่าวว่า จากการคาดการณ์ของ Deloitte analysis คาดไว้ว่า ยอดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้า  (Electric Vehicle, xEV) ทั่วโลกจะอยู่ที่ 2.5ล้านคัน ภายในปี 2020และจะขยายตัวไปที่ 11.2 ล้านคันในปี 2025 ก่อนที่จะไปแตะ 31.1ล้านคันในปี 2030 ด้วยอัตราการเติบโตนี้ คาดว่ายอดจำหน่าย xEV ทั่วโลกจะอยู่ที่ 32% ของยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ทั่วโลก

                Deloitte analysis คาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 ประเทศจีนจะมีสัดส่วน xEV ที่ 49% ของจานวน xEV ทั้งโลก ในขณะที่ยุโรปจะมีสัดส่วนที่ 27% และสหรัฐอเมริกาจะมีสัดส่วนที่ 14%

                นอกจากนี้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ทางสมาคมได้จัดทำผ้าใบใสสำหรับกั้นที่นั่งผู้โดยสารและผู้ขับขี่ และได้นำไปแจกให้แก่ผู้ขับขี่รถสามล้อรับจ้างในเขตกรุงเทพมหานครฯและเชียงใหม่จำนวนกว่า 150 ชุด โดยดำเนินโครงการร่วมกับ การไฟฟ้า นครหลวง

                สำหรับทิศทางสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ภายใต้การทำงานของคณะกรรมการชุดใหม่นี้  สมาคมจะยังคงสานต่อ 8 ข้อเสนอ เเนะเเนวทางส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอันได้เเก่

               1.การจัดทำแผนที่นำทางเรื่องยานยนต์ไฟฟ้า (EV Roadmap) แบบบูรณาการ
               2.การพิจารณาปรับปรุงข้อกฎหมายต่างๆ อาทิ ให้รถสามล้อไฟฟ้าเเละรถรับจ้างไฟฟ้าสามารถจดทะเบียนได้อย่างเสรี
               3.การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เช่นการส่งเสริมให้ประชาชนซื้อยานยนต์ไฟฟ้าได้ในราคาที่เหมาะสมผ่านมาตรการต่างๆ เช่น การลดภาษีส่วนบุคคล/นิติบุคคลสำหรับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
               4.การส่งเสริมการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
               5.การส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีเเละการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า
               6.การจัดทำมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
               7.การเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า
               8.การส่งเสริมพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า

                นายกฤษฎากล่าวถึงแนวทางการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าไทยว่า ปัจจุบัน สมาคมมีสมาชิกกว่า 190 ราย ทั้งภาคเอกชน ภาควิชาการ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีประสบการณ์และมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เราทำงานเพื่อให้การสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ เพื่อร่วมส่งเสริมการใช้เเละพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย อันจะช่วยลดมลพิษและปัญหาสิ่งเเวดล้อม พร้อมๆไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเพื่อก้าวเข้าสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้าต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้