IRPC เน้นนวัตกรรมเพื่อผู้บริโภคและโลกยั่งยืน เร่งพัฒนาสินค้ามูลค่าเพิ่ม ตอบโจทย์ Circular Economy

0
1027

“นพดล ปิ่นสุภา” ชูทิศทางดำเนินธุรกิจของ IRPC เดินหน้าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจหลัก ต่อยอดธุรกิจใหม่ ตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อผู้บริโภคและโลกยั่งยืน พร้อมดำเนินการตามแผนงาน IRPC 4.0 ตั้งเป้าเป็นผู้นำทางด้าน Digital ด้วยการบูรณาการระบบดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร ร่วมลงทุนจีนขยายปีกสู่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซขายเม็ดพลาสติกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ “PLASTKET.COM”

             นายนพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) เปิดเผยถึงทิศทางและแผนการดำเนินธุรกิจว่า “เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง IRPC มีความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม หรือ High Value Added Products (HVA)  ควบคู่ไปกับการดำเนินการตามแผนงาน IRPC 4.0 ภายใต้ยุทธศาสตร์ GDP เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รับมือกับสถานการณ์ความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน  รวมถึงขยายส่วนแบ่งผลิตภัณฑ์ในตลาดอาเซียนให้มากขึ้น”

             ปัจจุบันศูนย์นวัตกรรมฯ มีโครงการวิจัย ประมาณ 60 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากำไรส่วนเพิ่มประมาณ 940 ล้านบาท รวมทั้งการให้ ความสำคัญในการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจที่มีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นกลไกในการขับเคลื่อน สร้าง New S-curve ที่มีความสามารถในการเติบโตต่อไปในอนาคตสูง เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัท

             ที่ผ่านมา ศูนย์นวัตกรรมฯ ดังกล่าวสามารถวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มออกสู่ตลาดได้แล้ว 2 ผลิตภัณฑ์ คือ ผลิตภัณฑ์ “พีพี คอมปาวด์เกรดพิเศษ (PP Compound)”  นำมาใช้ในการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าทั้งภายในและภายนอกรถยนต์รุ่น FOMM ONE ของบริษัท  FOMM Corporation ซึ่งเป็นบริษัทผู้ออกแบบยานยนต์ไฟฟ้าจากประเทศญี่ปุ่น โดยชิ้นส่วนพลาสติกที่ใช้ 90% เป็นผลิตภัณฑ์ PP Compound ของ IRPC คิดเป็นน้ำหนัก 24.6 กิโลกรัม จากชิ้นส่วนพลาสติกที่ใช้ทั้งหมด 27 กิโลกรัม และ “HDPE Specialty (High Density Polyethylene)”  เกรดพิเศษ ที่ออกแบบให้เนื้อพลาสติกเป็นสีเทาใช้เป็นทุ่นโซลาร์ลอยน้ำที่ช่วยลดอุณหภูมิใต้แผงโซลาร์เซลล์ ส่งผลให้ระบบผลิตกระแสไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงมากขึ้น โครงการนี้จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาโครงการด้านพลังงานทดแทนของประเทศ โดย IRPC มองถึงการต่อยอดในโครงการโซลาร์ลอยน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2018)

            นอกเหนือจากการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มแล้ว IRPC ยังได้มีการบริหารจัดการเรื่องกระบวนการผลิต เพื่อขจัดการสูญเสีย (Zero Waste) โดยสามารถนำ Waste Polymer กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ กล่องนาฬิกาแบรนด์เนม และกล่องจิวเวลรี่ เป็นต้น ตลอดจนการขยายความร่วมมือกับลูกค้า น้ำมันจากขยะพลาสติกแปรรูป 300,000-400,000 ลิตร/เดือน ที่ผ่านเทคโนโลยีทันสมัย “ไพโรไลซิส” ได้น้ำมันดิบที่มีคุณภาพมาตรฐาน ลดปริมาณขยะได้ 560 ตัน/เดือน

            “ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มที่ออกสู่ตลาดนั้น ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี  นับเป็นผลสำเร็จ ผลักดันให้ IRPC เร่งเดินหน้าการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มออกสู่ตลาดมากขึ้น ที่นอกจากจะมาช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจหลัก คือ ปิโตรเลียม และปิโตรเคมี รักษาและขยายส่วนแบ่งของผลิตภัณฑ์ในตลาดแล้ว ยังสามารถแสวงหาโอกาสต่อยอดธุรกิจใหม่  ตอบโจทย์ความยั่งยืน และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่จะสร้างการเติบโตให้แก่ IRPC ในระยะยาวอีกด้วย”

            สำหรับความคืบหน้าการดำเนินโครงการ IRPC 4.0 ภายใต้ยุทธศาสตร์ GDP นายนพดล ระบุว่า ขณะนี้ IRPC ได้มุ่งเน้นการดำเนินการด้าน Power of Digital เพื่อผลักดันให้ IRPC เป็น Petrochemical Complex ชั้นนำทางด้าน Digital ด้วยการดำเนินการใน 2 ส่วนได้แก่ 

            1. การบูรณาการระบบดิจิทัลเทคโนโลยี เข้ามาใช้ในขั้นตอนธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วองค์กรทั้ง 5 ด้าน ได้แก่  1.1 OPS 4.0 ประกอบด้วย 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการ “EKONS” ระบบที่ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์ โดยสามารถวัดและติดตามสถานะของตัวชี้วัดหรือ KPI ของแต่ละโรงงาน โครงการ Predictive Maintenance ช่วยคาดการณ์และกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการซ่อมบำรุงล่วงหน้า พร้อมประเมินแนวโน้มการเบรกดาวน์ของอุปกรณ์สำคัญ ซึ่งจะช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานเครื่องจักร ลดค่าซ่อมบำรุงในอนาคต และเพิ่มระยะเวลาการปฏิบัติการของโรงงานให้สูงขึ้น 1.2 ISC 4.0 หรือระบบซัพพลายเชน ที่นำระบบดิจิทัลมาปรับเปลี่ยนระบบจัดการข้อมูลจาก Crude supply ไปจนถึงปรับปรุงขั้นตอนการจัดส่งสินค้าให้เป็นระบบมากขึ้น มีการบูรณาการข้อมูลระหว่างระบบต่างๆ และช่วยให้การตัดสินใจทางด้านซัพพลายเชนมีประสิทธิผลมากขึ้น1.3 CCM 4.0 ระบบ Big Data วิเคราะห์ความต้องการของตลาด 1.4 PRO 4.0 ระบบเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนจัดซื้อ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านต้นทุน 1.5 ERP 4.0 การเปลี่ยนแปลงการจัดการข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ขององค์กร ระบบดังกล่าวนี้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรได้ไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท (50 ล้านเหรียญสหรัฐ)

                 2. การขยายการลงทุนในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ภายใต้แพลตฟอร์ม “พลาสเก็ตดอทคอม (PLASTKET.COM)”  เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (ถือหุ้น 55%) และบริษัท Guangzhao Saiju Performance Polymer Ltd. (“GZSJ”) (ถือหุ้น 45%) จากจีน โดยแพลตฟอร์มนี้จะจำหน่ายเม็ดพลาสติกจากทุกแบรนด์ ไม่จำกัดเฉพาะผลิตภัณฑ์ของ IRPC และในกลุ่ม ปตท. ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการพลาสติก SMEs ทั่วประเทศเข้ามานำเสนอ จำหน่าย ซื้อขายสินค้าได้อย่างปลอดภัยและโปร่งใส”

                อย่างไรก็ตาม IRPC ยังคงให้ความสำคัญกับแผนการลงทุนระยะยาวในโครงการผลิตอะโรเมติกส์ (MARS: Maximum Aromatics Project) กำลังการผลิตพาราไซลีน 1–1.3 ล้านตันต่อปี และเบนซีน 3–5 แสนตันต่อปี ประมาณการการลงทุนมูลค่า 4 หมื่นล้านบาทว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (EHIA)  จากการพิจารณาอย่างรอบคอบเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน ส่งผลให้โครงการเลื่อนออกไปจากแผนเดิมที่จะแล้วเสร็จในปี 2566 เป็นปี 2567 ซึ่งไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพรวมโครงการมากนัก เนื่องจากในปีที่โครงการแล้วเสร็จภาวะตลาด และประมาณการส่วนต่างราคา พาราไซลีนยังมีแนวโน้มที่ดีอยู่

                สำหรับการขยายโอกาสส่งออกตามทิศทางของตลาดโลก ปัจจุบัน IRPC สามารถจำหน่ายน้ำมันเตากำมะถันต่ำ 15,000 ตัน เป็นรายแรกของประเทศไทย ก่อนปี 2563 นโยบายขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ที่กำหนดให้เรือเดินสมุทรใช้น้ำมันเตากำมะถันต่ำ 0.5% จากเดิม 3.5% เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมการเดินเรือสมุทร ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 เนื่องจาก IRPC เป็นโรงกลั่นเดียวในประเทศที่มีหน่วยกำจัดกำมะถันในเรสซิดิว หรือ Residue Hydro Desulphurization Unit ที่พร้อมจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมการเดินเรือสมุทร

                จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ผลกระทบสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยืดเยื้อเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ แต่ IRPC ยังคงรักษาความสามารถในการผลิตที่เป็นเลิศในระดับ Top Quartile ทั้งปิโตรเลียมและปิโตรเคมี พัฒนานวัตกรรม สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (HVA) และเดินหน้าขยายส่วนแบ่งผลิตภัณฑ์ในตลาดอาเซียนให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการดำเนินการตามแผนงาน IRPC 4.0 ภายใต้ยุทธศาสตร์ GDP เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขยายการลงทุนในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ภายใต้แพลตฟอร์ม PLASTKET.COM

                ด้วยมาตรการเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว IRPC สามารถบริหารสภาพคล่องของธุรกิจด้วยการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนให้เหมาะสม พิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบ สร้างเสถียรภาพทางการเงิน โดยยังคงมีสถานะการเงินที่มั่นคง แข็งแรง ณ สิ้น ไตรมาส 2 ปี 2562 IRPC มีเงินสดคงเหลืออยู่ที่ 1,915 ล้านบาท มีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.91 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.63 เท่า และมีงบลงทุนที่มีแผนการดำเนินงานชัดเจน (committed) จำนวน 71,043 ล้านบาท