IRPC รุกตลาดเม็ดพลาสติก-ผลิตทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ 12.5 เมกะวัตต์เพื่อผลิตไฟฟ้าปี 63

0
391

นายนพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินการลงทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) ขนาด 12.5 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี จ.ระยอง​ คาดว่าจะสามารถติดตั้งและดำเนินการผลิตไฟฟ้าได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2563​ ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล​ และยังเป็นการใช้นวัตกรรมเม็ดพลาสติกของ IRPC ​ที่คิดค้น​เพื่อให้เหมาะสมสำหรับการผลิต ทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ​                                                                                             

                ทุ่นโซลาร์ลอยน้ำผลิตจากเม็ดพลาสติก​ HDPE (High Density Polyethylene: โพลีเอทิลีนที่มีความหนาแน่นสูง)​ ​เกรดพิเศษ​ P301GR โดยออกแบบให้เนื้อพลาสติกเป็นสีเทา มีคุณสมบัติการใช้งานที่โดดเด่นเหมาะสำหรับการผลิตทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ ที่ช่วยลดอุณหภูมิใต้แผงโซลาร์เซลล์ ส่งผลให้ระบบผลิตกระแสไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถรีไซเคิลได้ และรับประกันอายุการใช้งานของวัสดุได้ไม่ต่ำกว่า 25 ปี​ เนื่องจากมีความทนทานต่อแสงยูวี (UV resistance) ทนทาน ต่อสารเคมี (Chemical resistance) และมีความเสถียรต่อความร้อน (Thermal stabilization)   

                “สำหรับนวัตกรรรมเม็ดพลาสติก ​HDPE เกรด P301GR เป็นเกรดพิเศษสำหรับทุ่นโซลาร์ลอยน้ำเหมาะสมอย่างยิ่งกับสภาวะแวดล้อมและภูมิอากาศของประเทศไทย​ IRPC ​จึงพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการใช้ทุ่นลอยน้ำที่จะเพิ่มขึ้น​ ตามแนวโน้มที่ทั้งภาครัฐและเอกชน​สนับสนุนนโยบายการใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกลงได้กว่า 10,510 ตัน เทียบเท่าการปลูกป่าราว 10,000 ไร่ และช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ ด้วยการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ผิวน้ำ” นายนพดลกล่าว

                ด้วยคุณสมบัติที่ดีของผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก HDPE เกรด P301GR เกรดพิเศษเฉพาะทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ ซึ่งผลิตภายในประเทศ ช่วยลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศในการนำเข้า IRPC คาดหวังว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาโครงการด้านพลังงานทดแทนของประเทศ เพราะปัจจุบันพื้นที่ผิวน้ำในประเทศไทยมีประมาณ 14,600 ตารางเมตร หรือประมาณ 9 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 3 ของพื้นที่ประเทศ หากนำพื้นที่เหล่านี้มาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็จะได้รับประโยชน์จากพลังงานทดแทนมากขึ้น โดยบริษัทฯ มองถึงการต่อยอดในโครงการโซลาร์ลอยน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2018) กำลังการผลิตรวม 2,725 เมกะวัตต์