GGC ขับเคลื่อน Biocomplex สู่การเป็น Bio Hub แห่งแรกของประเทศไทย

0
1347

GGC ขับเคลื่อน “นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์” สานต่อนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy)  กุญแจสำคัญสู่การเป็นผู้นำด้านพลังงานชีวภาพ (Biofuel) และ Bio Hub แห่งแรกของประเทศ ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมพร้อมเดินหน้าสู่ความยั่งยืน โดยเฟสแรกมูลค่า 7,500 ล้านบาท คาดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 1/2564

นายวิทูร ซื่อวัฒนากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมบรรยายในงานเสวนา “InnoBioPlast 2019: Circular Economy Opportunities for Bioplastics” เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 โดยบรรยายถึงโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ (Nakhonsawan Biocomplex) ซึ่งเป็นโครงการตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมชีวภาพ (Bioeconomy) ของภาครัฐ ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมชีวภาพและนโยบายลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง หรือ Single Use Plastic โดยที่ผ่านมา GGC เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมจากปาล์มน้ำมัน รวมทั้งเป็น Green Flagship ของกลุ่ม GC นอกจากนี้ GGC ยังเป็นรายแรกของประเทศไทยที่ประกาศการลงทุนก่อสร้าง Biocomplex

ขณะนี้ GGC มีพร้อมในการดำเนินโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็น Biocomplex แบบครบวงจรที่ใช้วัตถุดิบจากอ้อย โดยแบ่งโครงการเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 มูลค่า 7,500 ล้านบาทประกอบด้วย โครงการก่อสร้างโรงหีบอ้อย มีกำลังการผลิต 24,000 ตันต่อวัน โครงการก่อสร้างโรงผลิตเอทานอล มีกำลังการผลิต 600,000 ลิตรต่อวัน (หรือราว 186 ล้านลิตรต่อปี) และโรงผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ มีกำลังการผลิตติดตั้งไฟฟ้า 85 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 475 ตันต่อชั่วโมง คาดว่าจะสามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาสที่ 1/2564

และระยะที่ 2 คาดว่าจะลงทุนในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นมิตรกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีที่ดิในโลก อาทิ จากยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา คาดว่า จะสามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาสที่ 1/2566  โดยการลงทุนนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์คำนึงถึงหลักการด้านความยั่งยืนใน 3 มิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

มิติเศรษฐกิจ

นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์จะเป็นกุญแจสำคัญของ GGC ในการเปิดประตูไปสู่การเป็นผู้นำด้านพลังงานชีวภาพ (Biofuel) เนื่องจากสามารถผลิตได้ทั้งเมทิลเอสเทอร์จากผลปาล์มน้ำมัน และเอทานอลจากอ้อย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็น Bio Hub แห่งแรกของประเทศไทย และมีแผนงานการลงุทนต่อยอดอุตสาหกรรมชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ ก่อให้เกิดการลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

มิติสังคม

ในกระบวนการตั้งแต่การก่อสร้างไปจนถึงการดำเนินการก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการกระจายรายได้ให้แก่ชุมชน อีกทั้งยังสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำเกษตรสมัยใหม่ (Modern Farming) ซึ่งจะช่วยลดตุ้นทุน เพิ่มผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรในท้องที่อีกด้วย

มิติสิ่งแวดล้อม

มีการบูรณาการ (Integrated) ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำคือ มีทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ มีการนำน้ำอ้อยมาใช้ในกระบวนการผลิตโดยตรง ใช้เทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงาน อีกทั้งใช้เทคโนโลยีใหม่ในการบำบัดน้ำเสีย โดยนำน้ำเสียไปผ่านกระบวนการเผาไหม้เพื่อผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ ทำให้ไม่มีการปล่อยน้ำเสียจากกระบวนการผลิต โดยนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์เป็นแห่งแรกของประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีนี้

สำหรับงาน InnoBioPlast 2019: Circular Economy Opportunities for Bioplastics จัดขึ้นโดยสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย (TBIA)  เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพกับผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสถาบัน