“ปาบึก”ไม่ส่งผลต่อการผลิตปิโตรเลียมอ่าวไทย-โรงไฟฟ้าขนอมรับมือได้

0
145

วันที่ 4 มกราคม 2562 เวลา 16.00 น. กระทรวงพลังงาน (พน.)รายงานความคืบหน้าสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก (PABUK) ต่อการผลิตปิโตรเลียมในทะเลอ่าวไทย ขณะนี้พายุได้เคลื่อนตัวผ่านบริเวณแท่นผลิตปิโตรเลียมโดยไม่ได้สร้างความเสียหาย ซึ่งถือว่าผ่านช่วงที่วิกฤตที่สุดต่อการผลิตปิโตรเลียมไปแล้ว และได้ส่งพนักงานเข้าไปสำรวจเพื่อเตรียมการผลิต ส่วนความคืบหน้าการติดตามและบริหารสถานการณ์พลังงานมีรายละเอียด ดังนี้

ด้านการผลิตก๊าซธรรมชาติ การผลิตจากอ่าวไทย พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) และจากสหภาพเมียนมาอยู่ที่ระดับประมาณ 2,725 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าระดับการผลิตตามปกติ โดยได้มีการบริหารจัดการด้วยการส่ง LNG เข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 1,400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และลดการส่งไปในภาคปิโตรเคมี ทำให้สามารถจัดสรรก๊าซฯ ไปยังภาคไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรมและ NGV ได้ตามแผน และมีปริมาณก๊าซฯ เพียงพอที่จะรองรับสถานการณ์จนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ บริษัทผู้ประกอบกิจการปิโตรเลียมมีแผนที่จะส่งพนักงานเข้าไปสำรวจสภาพแท่นและความพร้อมของอุปกรณ์ และจะเคลื่อนย้ายพนักงานบางส่วนกลับเข้าไปทำงานนอกชายฝั่งตั้งแต่วันนี้ และมีแผนที่จะเริ่มการผลิตตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม และคาดว่าจะทยอยกลับมาผลิตได้ตามปกติตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม เป็นต้นไป

ด้านไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินดูแลระบบไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งโรงไฟฟ้า สถานีส่งและระบบส่งไฟฟ้า โดยเฉพาะการเฝ้าระวังระดับน้ำ ที่ท่วมในพื้นที่ซึ่งอาจส่งผลต่อสถานีส่งไฟฟ้า และมีมาตรการรองรับกรณีระดับน้ำสูงไว้แล้ว

ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซหุงต้ม ประชาชนได้รับทราบว่ามีการจัดเตรียมน้ำมันสำรองเพียงพอต่อความต้องการใช้ ทำให้ไม่เกิดความตระหนกและกักตุนน้ำมันและก๊าซหุงต้ม รวมถึงผู้ค้าน้ำมันได้มีการจัดส่งน้ำมันอย่างเพียงพอ

ด้านการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้จัดเตรียมถุงยังชีพ จำนวน 1,000 ถุง และ กลุ่มบริษัท ปตท. ได้จัดส่งถุงยังชีพ จำนวน 2,000 ถุง ซึ่งจัดส่งถึงพื้นที่ภาคใต้เรียบร้อยแล้ว และจะจัดส่งเพิ่มเติมอีก 4,000 ชุด ลงไปในพื้นที่อีกภายในวันที่ 5 มกราคม ต่อไป

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานและหน่วยงานในสังกัด ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ด้านการเตรียมความพร้อมของโรงไฟฟ้าขนอมในกลุ่มเอ็กโก จ.นครศรีธรรมราชต่อสถานการณ์พายุโซนร้อน “ปาบึก”

จากรายงานพยากรณ์อากาศนอกชายฝั่งเกี่ยวกับสถานการณ์พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณอ่าวไทย และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชในวันที่ 4 มกราคม 2562 และจะส่งผลกระทบต่อภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 4-5 มกราคม 2562 ซึ่งจะทำให้ฝนตกหนักหลายพื้นที่ รวมถึงในจังหวัดนครศรีธรรมราช

นายจักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จำกัด หรือโรงไฟฟ้าขนอมในกลุ่มเอ็กโกได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้ประสานงานกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และได้เตรียมความพร้อม ดังนี้

1.การเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า ปัจจุบันโรงไฟฟ้าขนอมยังสามารถเดินเครื่องได้ตามปกติ และได้ประสานงานกับ ปตท. และ กฟผ.อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ทั้งนี้ ปตท. ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งก๊าซธรรมชาติให้แก่โรงไฟฟ้าขนอมยืนยันว่าสามารถจ่ายก๊าซฯให้โรงไฟฟ้าขนอมได้อย่างต่อเนื่อง หาก ปตท. ไม่สามารถจ่ายก๊าซฯได้ โรงไฟฟ้าขนอมได้เตรียมน้ำมันสำรองสำหรับเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งใช้ผลิตไฟฟ้าได้ 3.5 วัน

2.การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับอุทกภัย
-โรงไฟฟ้าขนอมเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์วาตภัยและอุทกภัย ตั้งแต่การออกแบบและก่อสร้างโรงไฟฟ้า โดยพื้นโรงไฟฟ้าอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3 เมตร
-สภาพภูมิประเทศของโรงไฟฟ้าขนอม มีภูเขากั้นสองด้าน ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันพายุให้แก่โรงไฟฟ้า
-หากฝนตกหนักและน้ำท่วมบริเวณรอบโรงไฟฟ้าและที่พักของผู้ปฏิบัติงาน โรงไฟฟ้าขนอมได้เตรียมเครื่องมือ เครื่องจักร และบุคลากร สำหรับการระบายน้ำออกจากพื้นที่ลงสู่ทะเล และจัดการกับขยะมูลฝอยที่มากับน้ำ พร้อมทั้งเตรียมการอพยพผู้ปฏิบัติงานจากที่พักไปยังอาคารสำนักงานโรงไฟฟ้า
-ประสานกับศูนย์อพยพของอำเภอ เพื่อช่วยเหลือชุมชนบริเวณรอบโรงไฟฟ้า

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าขนอมได้เตรียมพร้อมแผนฉุกเฉินตามมาตรฐานสากลทั้งเชิงรุกและเชิงรับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่า มีความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ