TPCH มั่นใจโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้ไม่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก

0
176

TPCH พร้อมรับมือพายุโซนร้อน “ปาบึก”เต็มพิกัด มั่นใจโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ภาคใต้ไม่ได้รับผลกระทบ ยันจ่ายไฟฟ้าตามปกติ แต่ไม่ประมาท ประสานข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมให้การช่วยเหลือประชาชนรอบโรงไฟฟ้าของบริษัทฯที่ได้รับผลกระทบเต็มที่ เตรียม COD อีก 2 โครงการกำลังการผลิตรวมราว 40 เมกะวัตต์ ภายในปีนี้ตามแผน


นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH เปิดเผยถึง ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เกี่ยวกับพายุโซนร้อน”ปาบึก” (PABUK)ที่กำลังเคลื่อนตัวลงอ่าวไทย และจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ว่า บริษัทฯได้มีการประสานติดตามสถานการณ์ กับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะๆ เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมแผนรับมือ รวมทั้งได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ที่ดูแลส่วนงานโรงไฟฟ้าชีวมวลพื้นที่ภาคใต้อย่าใกล้ชิด

เบื้องต้นได้รับรายงานว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัทฯ ที่มีการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD)แล้ว 6 แห่ง กำลังการผลิตรวม 60 เมกะวัตต์ จำนวนนี้ มีเพียง 4 โรง ที่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ คือ โรงไฟฟ้าชีวมวลช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ (CRB)จังหวัดนครศรีธรรมราช,โรงไฟฟ้าชีวมวลทุ่งสัง กรีน (TSG )จังหวัดนครศรีธรรมราช ,โรงไฟฟ้าชีวมวล พัทลุง กรีน เพาเวอร์ (PGP)จ. พัทลุง, และโรงไฟฟ้าชีวมวลสตูล กรีน เพาเวอร์ (SGP) จ. สตูล ส่วนโรงไฟฟ้าชีวมวลแม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ (MWE) และโรงไฟฟ้าชีวมวลมหาชัย กรีน เพาเวอร์ (MGP)อยู่ในจังหวัดนครสวรรค์และ สมุทรสาคร ตามลำดับ

“บริษัทฯมั่นใจว่าโรงไฟฟ้าทั้ง 6 โรงจะไม่ได้รับผลกระทบและยังสามารถดำเนินการจ่ายไฟฟ้าได้ตามปกติ เนื่องจาก ทุกโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการก่อสร้าง ได้มีการพิจารณาเลือกพื้นที่พร้อมปรับสภาพพื้นที่ตั้ง ให้อยู่ในที่สูงกว่าระดับเส้นทางคมนาคมหลักไม่น้อยกว่า 50-100 เซนติเมตร ซึ่งจากปัญหาภัยพิบัติที่ผ่านมา ทุกโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ ปลอดภัยจากปัญหาน้ำท่วมมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจาก ปัญหาภัยธรรมชาติไม่สามารถคาดเดาอะไรได้ ทั้งนี้ บริษัทฯ พร้อมให้การช่วยเหลือบริจาค อาหาร สิ่งของ ตลอดจนเครื่องใช้ที่จำเป็น ให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทฯดำเนินการมาทุกครั้งมีภัยพิบัติเกิดขึ้น” นายเชิดศักดิ์กล่าว

นายเชิดศักดิ์กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟาที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 2 โครงการกำลังการผลิตรวมประมาณ 40 เมกะวัตต์ และใกล้แล้วเสร็จนั้น มั่นใจว่าจะไม่ได้ผลกระทบจากพายุโซนร้อน”ปาบึก” โดยจะสามารถดำเนินการ COD ในช่วงปี 2562 ได้ตามแผน ทั้งนี้ บริษัทฯยังพร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในและต่างประเทศ โดยในประเทศ มี 2 โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในพื้นที่ภาคใต้ และใกล้แล้วเสร็จ ซึ่งตามแผนจะมีการ COD ในช่วงปี 2562 กำลังการผลิตรวมประมาณ 40 เมกะวัตต์ ส่วนโดยในส่วนการลงทุนโครงการพลังงานทดแทนในต่างประเทศนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาโดยจะเน้นเรื่องความคุ้มทุนเป็นสำคัญ