ผู้บริหารระดับสูงเชฟรอน ย้ำชัด พร้อมประมูลแข่ง แหล่งปิโตรเลียมเอราวัณ

0
868

รองประธานบริหารธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม บริษัท เชฟรอน  คอร์ปอเรชั่น ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติเอราวัณ ในอ่าวไทย ที่บริษัทเชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด เป็นผู้รับสัมปทาน โดยยืนยันความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลแข่งขันเพื่อให้ได้สิทธิในการบริหารจัดการแหล่งเอราวัณภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต ซึ่งเป็นระบบใหม่ที่รัฐกำหนด หลังสิ้นสุดอายุสัมปทานเดิมในปี2565

เมื่อเร็วๆ นี้ นายเจย์ จอห์นสัน รองประธานบริหารธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม บริษัท เชฟรอน  คอร์ปอเรชั่น (ที่2จากซ้าย)ได้เดินทางเยือนแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติเอราวัณของเชฟรอนในอ่าวไทย เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงาน และการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ก่อนที่การเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่กำลังจะหมดอายุจะเริ่มขึ้น

นายเจย์ จอห์นสัน กล่าวว่า “แหล่งเอราวัณเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติเชิงพาณิชย์แห่งแรกของประเทศไทย ที่นับเป็นประจักษ์พยานความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างเชฟรอนและประเทศไทยที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน”

“เชฟรอนเป็นพันธมิตรสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทยมากว่า 55 ปี สามารถจัดหาพลังงานด้วยความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ให้กับประเทศตลอดมา ด้วยบุคลากรชาวไทยที่มีทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง”

“จนถึงปัจจุบัน ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเอราวัณมีส่วนสำคัญในการช่วยลดการนำเข้าพลังงาน ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และแม้ว่าในขณะนี้การผลิตก๊าซจากแหล่งเอราวัณจะทวีความท้าทายมากขึ้นจากการดำเนินการมาอย่างยาวนานและสำรองปิโตรเลียมที่ลดน้อยลง แต่เชฟรอนก็เชื่อมั่นว่าจะสามารถจัดการกับความท้าทายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราไม่เพียงสั่งสมองค์ความรู้และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานในอ่าวไทยมาอย่างยาวนาน แต่ยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากการดำเนินงานทั่วโลกอีกด้วย”

นายเจย์ จอห์นสัน ยังได้กล่าวเกี่ยวกับการเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า “เชฟรอนพร้อมเข้าร่วมการประมูล และเชื่อมั่นว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่เชฟรอนจะได้แสดงให้คนไทยเห็นว่า เราคือพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจและมีความพร้อมในการจัดหาพลังงานให้กับประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต ดังเช่นที่ผ่านมา”

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC )รายงานว่า ในการประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมเอราวัณ ที่จะสิ้นสุดอายุสัญญาในปี2565 นั้น กระทรวงพลังงาน โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้เปลี่ยนระบบจากสัมปทานไทยแลนด์วัน ที่ใช้อยู่เดิม มาเป็นสัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือPSC  โดยมีหลักการสำคัญที่ผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องเสนอผลตอบแทนกำไรให้รัฐในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 50%  การเสนอราคาขายก๊าซที่ไม่สูงกว่าสูตรราคาเดิมภายใต้ระบบสัมปทาน  และเสนอที่จะรักษาระดับการผลิตก๊าซธรรมชาติเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 10ปี