กกพ.เดินหน้าผลักดันให้กิจการLNGแข่งขันเสรี

0
953

กกพ. เดินหน้าผลักดันการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ เปิดให้จองความสามารถในการให้บริการสถานีแอลเอ็นจีมาบตาพุด โดยปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ใช้บริการ (Shipper) ของสถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุดแล้ว 2 ราย คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย


นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงานในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ กพช.ได้มีมติเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2559 เห็นชอบเรื่องแผนระบบรับส่งและโครงการสร้างพื้นฐานก๊าซ ธรรมชาติเพื่อความมั่นคงในการรองรับการจัดหาและนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) โดยให้ดำเนินโครงการขยายกำลังการแปรสภาพ LNG ของมาบตาพุด LNG Terminal เพิ่มเติมอีก 1.5 ล้านตันต่อปี ในวงเงินงบประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดส่งก๊าซเข้าสู่โครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติในปี 2562 โดยโครงการดังกล่าวมี บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ และเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา บริษัทได้ออกประกาศเชิญชวนจองความสามารถในการให้บริการของมาบตาพุด LNG Terminal สำหรับกำลังการแปรสภาพ LNG ส่วนขยายเพิ่มเติม 1.5 ล้านตันต่อปี (กำลังการผลิตสูงสุดรวมเป็น 11.5 ล้านตันต่อปี)

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ได้รายงานผลการเตรียมความพร้อมต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ทราบถึงรายละเอียดการเปิดให้จองความสามารถในการให้บริการของสถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุด ส่วนขยายเพิ่มเติม 1.50 ล้านตันต่อปีว่า บริษัทมีความพร้อมที่จะให้ผู้ที่ประสงค์จะขอใช้บริการยื่นหนังสือแสดงเจตจำนง พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2560 ในเวลา 10.00 น. ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2560 ในเวลา 17.00 น. (เฉพาะในเวลาทำการของบริษัท) โดยบริษัทจะประกาศผลการจัดสรรปริมาณความสามารถในการให้บริการในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ซึ่งขณะนี้ได้มีการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ใช้บริการ (Shipper) ของสถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุดแล้ว จำนวน 2 ราย คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.



“ที่ผ่านมา กกพ. ได้พยายามผลักดันให้ผู้ประกอบกิจการพลังงานรายใหม่เข้าใช้หรือเชื่อมต่อระบบส่งก๊าซธรรมชาติหรือสถานีแอลเอ็นจีผ่านการจัดสัมมนาสร้างความรู้ความเข้าใจถึงหลักการและข้อกำหนดในการใช้หรือเชื่อมต่อกับระบบส่งก๊าซธรรมชาติ หรือการใช้บริการสถานีแอลเอ็นจี (TPA Code) ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด โดย กกพ. มุ่งหวังที่จะให้เกิดการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติอย่างเสรี ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และมีความโปร่งใส เพื่อให้ผู้ใช้พลังงานได้รับประโยชน์สูงสุด” นายวีระพลกล่าว