BWGจับมือกฟผ.ตั้งบริษัทร่วมทุนผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะ

0
821

บมจ.เบตเตอร์ เวิลด์ กรีนรุกธุรกิจผลิตขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า จับมือ กฟผ.ผุดโครงการการผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม” ในนิคมอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนแห่งแรกของประเทศไทย  หนุนแผน AEDP 2015 ของรัฐบาลที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน 19,635 เมกะวัตต์

     20160202_articleนายสุวัฒน์ เหลืองวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในโครงการ “การผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม” ซึ่งเป็นโครงการศึกษาแนวทางการร่วมลงทุนระหว่างบริษัทและกฟผ.ภายในนิคมอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนแห่งแรกของประเทศไทย

     ทั้งนี้ คาดผลการศึกษาจะมีความชัดเจนภายใน 1 ปี จะช่วยลดปริมาณขยะอุตสาหกรรมที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 30 ล้านตัน ให้เข้าสู่ระบบและสามารถต่อยอดไปสู่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก 20 ปี (AEDP 2015) ที่กำหนดเป้าหมายให้มีสัดส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนอยู่ที่ 19,635 เมกะวัตต์

20160202_article01-01 (3) 20160202_article01-01 (1) 20160202_article01-01 (2)

     “จากผลการศึกษาพบว่าหากนำขยะอุตสาหกรรมทุก 1 ล้านตัน จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 100 เมกะวัตต์ ดังนั้นหากประเทศไทยสามารถนำปริมาณขยะอุตสาหกรรมทั่วประเทศ 30 ล้านตันมาผลิตกระแสไฟฟ้าจะได้กระแสไฟฟ้าทั้งสิ้น 3,000 เมกะวัตต์ ช่วยให้โครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรมที่ให้พลังงานความร้อนได้เทียบเท่ากับพลังงานถ่านหิน เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและพัฒนาพลังงานหมุนเวียนให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมตามนโยบายรัฐบาล” นายสุวัฒน์กล่าว

     นอกจากนี้ บริษัทยังมีโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แล้วจำนวน 2 โรงที่จังหวัดสระบุรี กำลังการผลิตโรงละ 9.4 เมกะวัตต์ โดยโรงที่ 1 ตั้งเป้าหมายเตรียมจ่ายไฟเข้าระบบภายในไตรมาส 3/2559 และโรงที่ 2 กำลังการผลิต 9.4 เมกะวัตต์เช่นกัน ตั้งเป้าหมายจ่ายไฟเข้าระบบช่วงไตรมาส 3/2560

     20160202_article01-01 (5)นายรัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า กฟผ. กล่าวว่า ในเบื้องต้น กฟผ. ไม่น่าจะเข้าไปร่วมลงทุนโครงการนี้เองโดยตรง เนื่องจากกังวลว่าจะติดปัญหากฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือพีพีพี ดังนั้นการร่วมลงทุนโครงการดังกล่าวจึงน่าจะเป็นไปในลักษณะให้บริษัทลูกของกฟผ. อาทิ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือเอ็กโก้ และบริษัท ราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เข้าไปลงทุนแทน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ

     อ้างอิงข้อมูลจาก www.naewna.com