กฟภ.ผลักดันโครงการสมาร์ทกริด นำร่องติดตั้งเมืองพัทยา 1.2 แสนราย หวังลดความสูญเสียพลังงาน

0
559

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ผลักดันโครงการสมาร์ทกริดมาใช้ในการบริหารจัดการไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการผลิต การส่ง และการจัดจำหน่ายหวังแก้ปัญหาไฟดับ ลดความสูญเสียพลังงาน นำร่องติดตั้งโครงการสมาร์ทกริดที่เมืองพัทยา 1.2 แสนครัวเรือน ​ ระบุลดโรงไฟฟ้าประเภท Peaking Plan ได้อีกด้วย

            นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เปิดเผยว่า กฟภ.ได้นำโครงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ Smart Grid  มาใช้ในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า ทำให้สามารถบริหารจัดการการผลิต การส่ง และการจำหน่ายพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการนำร่องทำ Smart Grid ที่เมืองพัทยา ปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตั้งระบบมิเตอร์อัจฉริยะหรือ AMI ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่อยู่อาศัยประมาณ 120,000 ราย

            ทั้งนี้จะมีการเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่  โดยกฟภ.ได้มีการพัฒนาระบบ เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้ไฟได้ทราบข้อมูลการใช้ไฟฟ้าขอตนเองได้  และสามารถนำข้อมูลต่าง ๆ ไปบริหารจัดการ วางแผนการใช้ไฟฟ้าของตนเองได้ต่อไป ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้ไฟอย่างมีประสิทธิภาพ มีการประหยัดค่าพลังงานได้ในอนาคต

            นอกจากระบบมิเตอร์อัจฉริยะแล้ว กฟภ. ยังได้ติดตั้งระบบ Smart Substation ด้วย ระบบนี้จะทำให้การจัดการระบบไฟฟ้าในพื้นที่พัทยามีความรวดเร็ว ลดระยะ เวลาการดับของไฟฟ้าให้น้อยลง และยังทำให้สามารถใช้ประโยชน์ของจากสถานีไฟฟ้า สายไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยืดอายุการใช้งาน รวมทั้งชะลอการลงทุนด้านสถานีไฟฟ้า สายไฟฟ้าลงได้ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้าที่จะไม่เพิ่มสูงขึ้นเหมือนอย่างในอดีต และแก้ปัญหาไฟฟ้าดับให้น้อยลง

           “ขณะเดียวกัน กฟภ. อาจจะให้เอกชนร่วมลงทุนในการติดตั้งระบบ Smart Grid ในรูปแบบ PPP ( Public Private Partnership) ซึ่งอาจจะกำหนดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนติดตั้ง ดูแล และบำรุงรักษา ระบบมิเตอร์อัจฉริยะหรือ AMI” ผู้ว่าการ กฟภ.กล่าว

            ด้านนายเสกสรร เสริมพงศ์ รองผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า กฟภ.กล่าวเสริมว่า การนำระบบ Smart Grid มาใช้ จะทำให้ประชาชนสามารถบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าของตัวเองได้ ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ และกรณีเกิดไฟฟ้าดับ กฟภ. จะสามารถแก้ปัญหาได้รวดเร็วมากขึ้น  ขณะเดียวกันก็ช่วยให้กฟภ.ลดจำนวนหน่วยสูญเสีย แก้ปัญหากระแสไฟฟ้าขัดข้องได้รวดเร็วขึ้น เช่น พื้นที่ไหนรถยนต์ชนเสาไฟฟ้า เราก็ตัดไฟในพื้นที่ที่มีปัญหาออก และก็ใช้วงจรข้างเคียงมาจ่ายไฟแทนแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะสามารถบริหารจัดการระบบไฟฟ้าให้มีการใช้งานได้เต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น

            นอกจากนี้ประเทศก็สามารถวางแผนกำลังการผลิตไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ สามารถลดโรงไฟฟ้าประเภท Peaking Plant ทำให้สามารถสร้างสมดุลระหว่างการผลิตและการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

            นายเสกสรรกล่าวอีกว่า  ในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้า หรือ EV  ซึ่งหากรถไฟฟ้ามีการชาร์จไฟฟ้ารวมกันเป็นจำนวนมากๆ จะกระทบต่อระบบไฟฟ้าอย่างแน่นอน  กฟภ.ตระหนักถึงปัญหานี้เป็นอย่างดี และได้เตรียมจัดทำโครงการต่าง ๆเพื่อรองรับไว้ระดับหนึ่งแล้ว ระบบ Smart Grid ซึ่งมี Smart Meter จะสามารถลดปัญหานี้ได้ ตัวอย่างเช่น จะมีการเตรียมระบบบริหารจัดการ การชาร์จ จัดระยะเวลาการชาร์จให้เหมาะสม โดยไม่กระทบกับความจำเป็นในการใช้งานของผู้ใช้ไฟฟ้า หรือกระทบน้อยที่สุด