ก.พลังงานจับมือ8แบงก์ปล่อยกู้ธุรกิจพลังงาน

0
707

ปลัดกระทรวงพลังงานร่วมลงนามกับ 8 สถาบันการเงินผุดโครงการปล่อยกู้เงินทุนหมุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน อัดฉีดดอกเบี้ยต่ำ 3.5% ต่อปี วงเงินกว่า 4,000 ล้าน อุ้มผู้ประกอบการที่เข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน

featured-002_02

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงานเปิดเผยในโอกาสลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการเงินหมุนเวียนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานว่า กระทรวงพลังงานได้ร่วมกับสถาบันการเงินจำนวน 8 แห่ง ดำเนินโครงการปล่อยกู้เงินทุนหมุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานอัตราดอกเบี้ยต่ำ 3.5% ต่อปี วงเงิน 4,489ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 7 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการที่มีปริมาณการใช้พลังงานสูงในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะธุรกิจห้องเย็นและโรงน้ำแข็ง ที่เป็นธุรกิจเป้าหมายหลักได้นำเงินไปปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงานวงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50 ล้านบาทfeatured-002_03

ทั้งนี้ เพื่อลดการใช้และการนำเข้าพลังงานในภาคอุตสาหกรรมที่มีการใช้ไฟฟ้าสัดส่วนสูงถึง 70% ของประเทศ ทำให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดจะสามารถประหยัดพลังงานได้เป็นเงินกว่า 4,404 ล้านบาท หรือเทียบเท่าการนำเข้านำมันดิบได้สูงถึง 213 พันตันหรือคิดเป็น 247.6 ล้านลิตร

สำหรับสถาบันการเงิน 8 แห่งที่ร่วมโครงการ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

นายอารีพงศ์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% นั้นไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมัน แต่อาจส่งผลกระทบทางอ้อมในระยะสั้น จากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง หลังเงินทุนต่างชาติไหลกลับไปลงทุนในสหรัฐฯ ทำให้ไทยต้องนำเข้าพลังงานในมูลค่าที่สูงขึ้นในรูปของเงินบาท

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงมีนโยบายส่งเสริมและอนุรักษ์พลังงานชัดเจน เพื่อลดการนำเข้าพลังงานในระยะยาว ซึ่งในอนาคตมีแผนหารือกับผู้ค้าน้ำมัน ค่ายรถยนต์ และผู้ใช้น้ำมัน เพื่อประเมินความพร้อมในการทยอยลดหัวจ่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95รวมถึง E20 และ E85 ภายใน 7-8 ปีข้างหน้าทำให้การส่งเสริมพลังงานทดแทนมีความชัดเจนไปทางใดทางหนึ่ง แต่ต้องส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้รถยนต์ให้น้อยที่สุด

featured-002_04นายธรรมยศ ศรีช่วย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า ในปี 2559 คาดจะมีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 200 แห่ง คิดเป็นวงเงินไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ระยะคืนทุน 1-2 ปี ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถขยายต่อยอดโครงการไปยังอุตสาหกรรมอื่นที่มีการใช้พลังงานสูง ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ กิจการโรงแรม ช่วยธุรกิจประหยัดต้นทุนพลังงานได้ 20-30% และสามารถลดระดับการใช้พลังงานลงได้ปีละประมาณ 500 เมกะวัตต์ หรือ 1 หมื่นเมกะวัตต์ ภายใน 20 ปีตามเป้าหมายลดการใช้พลังงานลงให้ได้ 30%ภายในปี 2579 ภายใต้แผนอนุรักษ์พลังงาน

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 21 ธันวาคม 2558 เตรียมหารือเรื่องการพิจารณานโยบายการกำหนดโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศไทยปี 2559-2563, ร่างบันทึกความเข้าใจการรับซื้อไฟฟ้าโครงการน้ำเทิน 1, แนวทางการขายไฟฟ้าให้ประเทศเพื่อนบ้าน, การปรับปรุงกระบวนการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ไม่รวมพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จะเริ่มดำเนินการจากพลังงานหมุนเวียนที่มีต้นทุนต่ำกว่าไปหาต้นทุนสูง โดยจะนำร่องด้วยไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพก่อนก๊าซชีวมวล และการปรับปรุงการมอบอำนาจในการดำเนินคดีทางปกครอง

อ้างอิงข้อมูลจาก www.naewna.com