“บีบีจีไอ”เครือกลุ่มบางจากฯ ร่วมบรรเทา COVID-19 ลุยจำหน่ายแอลกอฮอล์สำหรับผลิตเจล-ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด

0
1802

นายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม บางจากฯ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงพลังงานและกรมสรรพสามิตมีมติปลดล็อกเอทานอลสำหรับนำไปผลิตเจล-แอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เพื่อใช้ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันและชะลอการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือ COVID-19 เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้และสามารถบริการแก่ภาคประชาชนได้อย่างทั่วถึง

“บีบีจีไอ”ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ สามารถผลิตเอทานอลในเกรดอุตสาหกรรมได้ พร้อมจำหน่ายแก่โรงงานผู้ประกอบการที่มีความต้องการ โดยโรงงานเอทานอลในกลุ่ม ได้แก่ บริษัท บางจาก ไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด  และบริษัท เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ติดตั้งระบบผสมและจ่ายเอทานอล พร้อมทดสอบประสิทธิภาพของระบบ เริ่มจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 สำหรับนำไปทำเจลล้างมือ แอลกอฮอล์ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค ตามที่กรมสรรพสามิตอนุญาตในช่วงระยะเวลา 6 เดือนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563

โดยผู้ประกอบการที่มีความประสงค์สั่งซื้อสามารถดูข้อกำหนดและขั้นตอนการสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของบีบีจีไอ www.bbgigroup.com

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้บีบีจีไอร่วมกับกลุ่มบริษัท บางจากฯ ได้ส่งมอบเจลสำหรับทำความสะอาดมือ จำนวน 30,000 ขวด ขนาด 50 มิลลิลิตร ที่มีส่วนผสมของเอทานอลและกลีเซอรีนจากกระบวนการผลิตของบริษัทผ่านกระทรวงพลังงาน เพื่อนำไปแจกให้กับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ เพื่อบรรเทาสถานการณ์

อนึ่ง กระทรวงพลังงานและกรมสรรพสามิตได้ประมาณการปริมาณเอทานอลส่วนเกินที่นอกเหนือจากภาคพลังงานไว้ที่ประมาณ 1 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งจะสามารถนำไปผลิตเจล-แอลกอฮอล์ทำความสะอาดในทางการแพทย์ เพื่อบริจาคหรือเพื่อจำหน่าย โดยที่ไม่เกิดผลกระทบต่อเอทานอลในส่วนที่นำมาใช้ในภาคพลังงาน รวมทั้งจะติดตามสต็อกเอทานอล เพื่อให้เกิดสมดุลภายในประเทศด้วย

ข้อมูลเกี่ยวกับบมจ.บางจากฯ

                บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจผู้นำนวัตกรรมสีเขียวเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ดำเนินงานใน 5 ธุรกิจหลักคือ 1) กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน เป็นโรงกลั่นแบบ Complex Refinery ที่ทันสมัย 2) กลุ่มธุรกิจการตลาด ช่องทางหลักในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านเครือข่ายสถานีบริการของบริษัทฯ กว่า 1,200 แห่ง มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ เสริมด้วยธุรกิจ Non–oil ร้านกาแฟอินทนิลและร้านสะดวกซื้อ SPAR เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน 3) กลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ผ่านการดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของบมจ. บีซีพีจี ประกอบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ลม ความร้อนใต้พิภพและน้ำ ในประเทศไทย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และลาว 4) กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ดำเนินการภายใต้ บมจ. บีบีจีไอ ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 5) กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ธุรกิจปิโตรเลียม ผ่านการถือหุ้นใน OKEA ASA ผู้พัฒนาและผลิตปิโตรเลียมในประเทศนอร์เวย์ และธุรกิจเหมืองลิเทียม ผ่านการถือหุ้นใน Lithium Americas Corp. (LAC) ผู้ประกอบธุรกิจเหมืองลิเทียมในประเทศอาร์เจนติน่าและสหรัฐอเมริกา

                นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งสถาบันนวักรรมและบ่มเพาะธุรกิจ (BiiC) เพื่อสร้างระบบนิเวศน์สำหรับนวัตกรรมสีเขียว (Green Ecosystem) ส่งเสริมและผลักดันนวัตกรรมที่สนับสนุนการก้าวกระโดดของพลังงานสีเขียวและผลิตภัณฑ์ชีวภาพเพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนด้านพลังงานของประเทศต่อไป