พน.ดีเดย์ 1 ม.ค.63 ดันดีเซล B10 เป็นน้ำมันเกรดมาตรฐาน ตั้งเป้าเป็นรากฐานด้านพลังงาน “ดูดซับปาล์มน้ำมัน-ปลอดฝุ่น”

0
4067

“สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” คึกติดตามการดำเนินนโยบายกำหนดน้ำมันดีเซล B10 ให้เป็นน้ำมันเกรดมาตรฐานตั้งแต่ต้นปี ดีเดย์ 1 ม.ค.63 ดันดีเซล B10 ขายทั่วประเทศ ตั้งเป้าเป็นรากฐานด้านพลังงานในการ “ดูดซับปาล์มน้ำมัน-ปลอดฝุ่นPM2.5-ประหยัดการใช้น้ำมัน”

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ (ซ้าย)

วันนี้ (1 มกราคม) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (พน.) และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวในการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินนโยบายกำหนดน้ำมันดีเซล B10 ให้เป็นน้ำมันเกรดมาตรฐานว่า ถือเป็นย่างก้าวสำคัญของรากฐานด้านพลังงานในสังคมไทยที่รัฐบาลขับเคลื่อนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป น้ำมันดีเซล B10 จะเป็นหนึ่งในน้ำมันเกรดมาตรฐาน ซึ่งจะสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานไทย 4 ด้าน คือ 1. สร้างสมดุลปาล์มน้ำมันในประเทศทั้งระบบ ราคาปาล์มมีเสถียรภาพตามที่สัญญาไว้ก่อนเลือกตั้ง 2. ช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) คิดเป็น 2 ใน 3 ของกำลังการผลิต CPO ในไทย และลดปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียม 3. ช่วยลดมลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM. 2.5 ที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ และ 4. ประชาชนจะได้ใช้น้ำมันราคาถูกลงและมีคุณภาพมากขึ้น

  “นี่คือหมุดหมายสำคัญด้านพลังงานของประเทศไทยที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบในการหันมาใช้ดีเซล B10 แทนที่ B7 พร้อมกันทั้งประเทศ ซึ่งกระรวงพลังงานยืนยันว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ดีเซล B10 จะมีความพร้อมจำหน่ายในทุกสถานี เพื่อบริการพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การผลักดันดังกล่าวจะทำให้เกิดประโยชน์แก่รถยนต์ที่รองรับน้ำมันดีเซล B10 จำนวน 5.3 ล้านคัน หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของรถที่รองรับน้ำมันดีเซลทั้งหมด จึงคาดการณ์ว่า จะมีการใช้ไม่น้อยกว่า 7 ล้านลิตรต่อวัน จากสถานีจำหน่ายที่ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 ได้ขยายถึงกว่า 500 สถานีและจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งคาดว่าเมื่อถึงกลางปี 2563 ปริมาณการจำหน่ายจะสูงขึ้นถึงประมาณ 57 ล้านลิตรต่อวัน ช่วยลดการปล่อยมลพิษ ลดฝุ่นละอง (PM) ได้ประมาณ 15% และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ประมาณ 5% นอกจากนี้ยังช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าเชื้อเพลิงไปได้อีก 2 บาทต่อลิตร