คณะทำงานเพื่อพลังงานที่เป็นธรรมถก“ราคาหน้าโรงกลั่น” รุกหารือทางเทคนิคสูตรอ้างอิงเพื่อราคาที่เป็นธรรม

0
538

การประชุมคณะทำงานเพื่อพลังงานที่เป็นธรรม เปิดวงถกร่วมกันประเด็นแรกเกี่ยวกับราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งมีตัวแทนทั้งจากภาครัฐและภาคประชาชน และเชิญผู้แทนโรงกลั่นน้ำมันเข้าร่วมให้ข้อมูล โดยเตรียมตั้งคณะทำงานชุดเล็กที่มีตัวแทนฝั่งละ 3 คน เพื่อพิจารณาทางเทคนิคเกี่ยวกับโครงสร้างการคำนวณราคาหน้าโรงกลั่นต่อไปวันที่ 13 ธ.ค.นี้

             วันนี้ (2 ธ.ค.62) นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกกระทรวงพลังงาน  พร้อมด้วยผู้แทนภาคประชาชนได้ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะทำงานเพื่อพลังงานที่เป็นธรรม ซึ่งมีปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน โดยที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญเรื่อง ราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งบรรยากาศการหารือเป็นไปด้วยดี มีการแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา และยังมีตัวแทนภาคธุรกิจในส่วนของโรงกลั่นน้ำมันร่วมให้ข้อมูลที่ถือเป็นสารตั้งต้นสำหรับเดินหน้าให้ได้ราคาพลังงานที่เป็นธรรมในที่สุด ซึ่งเนื้อหาที่ได้หารือครั้งนี้มุ่งไปที่เรื่องหลักคือ ราคาอ้างอิงหน้าโรงกลั่นน้ำมันที่เป็นการอ้างอิงการนำเข้าจากตลาดสิงคโปร์ (Import Parity)ว่าเกณฑ์ดังกล่าวยังมีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร หากไม่เหมาะสมควรมีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์ในแนวทางใด หรืออาจจะยกเลิกเกณฑ์ดังกล่าวได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้จะได้มีการหารือในทางเทคนิคต่อไป โดยจะมีผู้แทนของทางภาครัฐและภาคประชาชนที่เข้าร่วมพิจารณาทางเทคนิคฝ่ายละ 3 คนเพื่อดำเนินการให้ได้ตัวเลขการปรับปรุงที่เป็นรูปธรรม เพื่อนำผลการหารือเข้าที่ประชุมในครั้งหน้าวันที่ 13 ธ.ค.2562 ต่อไป

            นางสาวรสนา โตสิตระกูล ผู้แทนภาคประชาชนในคณะทำงานฯกล่าวว่า วันนี้ได้เชิญตัวแทนโรงกลั่นมาชี้แจงสูตรหน้าโรงกลั่นคือราคานำเข้าจากสิงคโปร์บวกค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าสูญเสียระหว่างเดินทางเข้ามา ซึ่งนอกจากค่าดำเนินการเหล่านี้แล้วยังมีค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน ค่าใช้จ่ายเพื่อสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคง ค่าใช้จ่ายคลังและค่าลำเลียง ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นต้นทุนโดยการพิจารณาทางเทคนิคก็จะมาดูว่าจะปรับเปลี่ยนได้อย่างไรบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้ทำให้ราคาน้ำมันเปลี่ยนแปลงลดลง เพราะราคาน้ำมันถือเป็นตันทุนทางตรงทั้งต่อภาคการผลิต และค่าครองชีพของประชาชน  ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี กล่าวว่า ข้อเสนอภาคประชาชนคือ ประเทศไทยได้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปแล้วหลายปี มูลค่าส่งออกเมื่อปีที่แล้วประมาณ 3 แสนล้านบาท ซึ่งเมื่อสามารถส่งออกได้จำนวนมากจึงต้องการให้ราคาการอ้างอิงราคาหน้าโรงกลั่นเป็นการอ้างอิงราคาส่งออกน้ำมันไปสิงคโปร์ซึ่งถูกกว่าเป็นหลัก แทนการอิงราคานำเข้าแบบเดิม ซึ่งหลักการหารือในครั้งนี้ก็เป็นการพูดคุยเริ่มตั้งแต่ต้นทางของราคาน้ำมันก่อนบวกภาษี ซึ่งหากได้ข้อสรุปของเรื่องสูตรการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น ก็จะทำให้ภาครัฐมีไม้บรรทัดในการกำกับดูแลประเด็นต่อๆ ไปได้อย่างโปร่งใส และขอขอบคุณกระทรวงพลังงานยุครัฐมนตรีสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่เปิดให้ภาคประชาชนมีสิทธิเสียงคุยกันเต็มที่เป็นคณะทำงาน เป็นสิ่งที่น่าชมเชยในความกล้าหาญ

            ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี กล่าวว่า ข้อเสนอภาคประชาชนคือ ประเทศไทยได้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปแล้วหลายปี มูลค่าส่งออกเมื่อปีที่แล้วประมาณ 3 แสนล้านบาท ซึ่งเมื่อสามารถส่งออกได้จำนวนมากจึงต้องการให้ราคาการอ้างอิงราคาหน้าโรงกลั่นเป็นการอ้างอิงราคาส่งออกน้ำมันไปสิงคโปร์ซึ่งถูกกว่าเป็นหลัก แทนการอิงราคานำเข้าแบบเดิม ซึ่งหลักการหารือในครั้งนี้ก็เป็นการพูดคุยเริ่มตั้งแต่ต้นทางของราคาน้ำมันก่อนบวกภาษี ซึ่งหากได้ข้อสรุปของเรื่องสูตรการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น ก็จะทำให้ภาครัฐมีไม้บรรทัดในการกำกับดูแลประเด็นต่อๆ ไปได้อย่างโปร่งใส และขอขอบคุณกระทรวงพลังงานยุครัฐมนตรีสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่เปิดให้ภาคประชาชนมีสิทธิเสียงคุยกันเต็มที่เป็นคณะทำงาน เป็นสิ่งที่น่าชมเชยในความกล้าหาญ