“บ้านปูฯ” ดึงความเชี่ยวชาญจากธุรกิจโซลาร์ฟาร์มจีน-ญี่ปุ่นสู่การพัฒนาโซลาร์โซลูชันในไทย

0
440

ประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นถือเป็นประเทศแรกๆ ในทวีปเอเชียที่มีการริเริ่มทำธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม  โดยน้อยคนนักที่จะรู้ว่าบริษัทพลังงานสัญชาติไทยอย่าง “บ้านปูฯ” คือหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่เข้าไปลงทุนพัฒนาธุรกิจโซลาร์ฟาร์มอย่างเต็มตัวทั้งในประเทศจีน และประเทศญี่ปุ่นมานานกว่า 5 ปีแล้วและเพื่อเป็นการสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของบ้านปูฯ ที่มุ่งเน้นการขยายธุรกิจพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับ กลยุทธ์ Greener & Smarter และพร้อมผลักดันธุรกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ “บ้านปูฯ” จึงได้นำประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญจากการทำธุรกิจโซลาร์ฟาร์มในต่างประเทศมาพัฒนาต่อยอดสู่ธุรกิจโซลาร์ โซลูชันในประเทศไทยผ่าน “กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานของบ้านปูฯ” เพื่อเป็นทางเลือกพลังงานสะอาดให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ ร่วมกันสนับสนุนให้สังคมไทยก้าวสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

            คุณกนกวรรณ จิตต์ชอบธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด หนึ่งในบริษัทลูกของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่าพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานทดแทนอันดับต้นๆ ที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสนใจ และตื่นตัวในการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ จากรายงาน Global Market Outlook For Solar Power / ปี 2561–2565 จัดทำโดย SolarPower Europe พบว่า ภาพรวมการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนในช่วงปี 2550-2560 มีสัดส่วนการผลิตเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า โดยในปี 2560 สัดส่วนการผลิตของพลังงานหมุนเวียนคิดเป็น 12.1%  ของพลังงานรวมทั้งหมด ซึ่งพลังงานแสงอาทิตย์เป็นกลุ่มพลังงานที่มีการขยายตัวอย่างโดดเด่น และมีสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิมากที่สุด (แบ่งตามเทคโนโลยีพลังงาน) โดยมีกำลังการผลิตสุทธิอยู่ที่ 98 กิกะวัตต์จาก จำนวนของแหล่งพลังงานทุกชนิด 260 กิกะวัตต์

ธุรกิจโซลาร์ฟาร์มในประเทศจีน และประเทศญี่ปุ่น

            จากรายงาน Global Market Outlook For Solar Power / ปี 2561 – 2565 พบว่าในปี 2560 ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ โดยหลังจากที่ได้เพิ่มกำลังผลิตขึ้นอีก 73.7 กิกะวัตต์ ทำให้กำลังการผลิตของภูมิภาคนี้ที่ดำเนินการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วได้เพิ่มขึ้นเป็น 221.3 กิกะวัตต์  หรือมีสัดส่วนเท่ากับ 55% ของกำลังการผลิตทั้งหมดในตลาดโลก โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มากถึงหนึ่งในสามของกำลังการผลิตทั้งโลก

            “บ้านปูฯ เล็งเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจโซลาร์ฟาร์มในทวีปเอเชีย จึงได้ริเริ่มธุรกิจดังกล่าวในประเทศจีน และประเทศญี่ปุ่น มาตั้งแต่ปี 2557 โดยในประเทศจีน บ้านปูฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์รวมกว่า 152 เมกะวัตต์ จากโซลาร์ฟาร์มจำนวน 6 แห่ง และในประเทศญี่ปุ่น มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์รวมกว่า 233 เมกะวัตต์ จากโซลาร์ฟาร์มจำนวน 13 แห่ง โดยมีกำลังการผลิตที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว จำนวน 37 เมกะวัตต์ ซึ่งการบริหารจัดการโซลาร์ฟาร์มในแต่ละแห่งนั้น ต้องใช้ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบ และวางแผนระบบฯ ให้เหมาะกับพื้นที่นั้นๆ และที่สำคัญ คือ การใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเพื่อให้การผลิตไฟฟ้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ” คุณกนกวรรณ กล่าว

ดึง “ประสบการณ์-ความเชี่ยวชาญ” สู่การพัฒนาธุรกิจโซลาร์ โซลูชันในไทย

            “เพื่อเป็นการสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของบ้านปูฯ ที่มุ่งเน้นการขยายธุรกิจพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับกลยุทธ์ Greener & Smarter และพร้อมผลักดันธุรกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ “บ้านปูฯ” จึงได้ริเริ่มธุรกิจภายใต้ชื่อ “กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานของบ้านปูฯ” ในปี 2560 เพื่อให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และสมาร์ทซิตี้โซลูชันแบบครบวงจร”

            “จุดแข็งของทีมงานกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานของบ้านปูฯ คือการนำความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ รวมถึงนำเทคโนโลยีต่างๆ จากการทำธุรกิจโซลาร์ฟาร์มในประเทศจีน และประเทศญี่ปุ่นมาพัฒนาต่อยอดสู่ธุรกิจโซลาร์ โซลูชันในประเทศไทย เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมพลังงานสะอาดในราคาที่เหมาะสม มีความเสถียร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในรูปแบบที่ทันสมัย สามารถตอบโจทย์ความต้องการการใช้พลังงานทดแทนที่แตกต่างกันของลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรม จนปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตรที่หลากหลายครอบคลุมทุกภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ตลาด และสถานีบริการน้ำมัน เป็นต้น” คุณกนกวรรณกล่าว