เปิดมุมมอง “ยานยนต์ไฟฟ้า” โดยดร.ยศพงษ์ ลออนวล

0
798

รถยนต์ไฟฟ้าก็ดี หรือบางครั้งก็เรียกรถไฟฟ้า (ฟังสับสนกับรถไฟฟ้า BTS) คนทั่วไปจะหมายถึงเพียงรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่มีเครื่องยนต์ ทั้งนี้ในทางวิชาการยานยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์ไฟฟ้าจะหมายถึงอะไรนั้นมาฟังคำเฉลยจาก ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย

อีวี (EV) มาจากคำเต็มว่า Electric Vehicle หมายถึง ยานพาหนะซึ่งขับเคลื่อนโดยมอเตอร์ไฟฟ้าแทนการใช้เครื่องยนต์แบบเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน รถยนต์ไฟฟ้าจะใช้ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานแทนที่น้ำมันหรือเชื้อเพลิงอื่นๆ โดยมอเตอร์ไฟฟ้าในรถยนต์ไฟฟ้าจะเปลี่ยนไฟฟ้าซึ่งโดยปกติมาจากชุดแบตเตอรี่ให้เป็นพลังงานกลเพื่อการขับเคลื่อนล้อ

20161009_aticle05 AI-EVAT_01

ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) กล่าวอธิบายเกี่ยวกับคำว่า “ยานยนต์ไฟฟ้า” หรือรถยนต์ไฟฟ้าว่า คนทั่วไปจะหมายถึงเพียงรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่มีเครื่องยนต์ ทั้งนี้ในทางวิชาการยานยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์ไฟฟ้าจะหมายถึงยานยนต์หรือรถยนต์ที่มีการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียวและเก็บพลังงานในแบตเตอรี่จากภายนอกที่เรียกว่า รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery EV -BEV) หรือรถยนต์ที่มีการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เช่น รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริค (Hybrid Electric Vehicle-HEV)

ที่เราคุ้นเคยกันหรือพัฒนา HEV ให้สามารถอัดประจุไฟฟ้าจากภายนอกเรียกว่า รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริค (Plug-in Hybrid EV -PHEV) หรือการใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงและผลิตไฟฟ้ามาขับเคลื่อนเรียกว่า รถยนต์ไฟฟ้าเซลเชื้อเพลิง (Fuel Cell EV-FCEV)

20161009_aticle02

ทั้งนี้ในส่วนของ HEV และ PHEV ยังมีการใช้เครื่องยนต์เป็นการขับเคลื่อนส่วนใหญ่ แต่ในส่วนของ BEV และ FCEV นั้นไม่มีเครื่องยนต์ สำหรับ PHEV และ BEV มีการอัดประจุไฟฟ้าจากภายนอกและเรียกว่า รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอิน (Plug-in EV)
แต่ด้วยข้อจำกัดของระยะทางต่อการอัดประจุไฟฟ้า ทำให้ผู้ผลิต BEV มีทางเลือก (Option) ที่จะใส่เครื่องยนต์เรียกว่า “Range Extender EV” เพื่อขยายระยะทางการใช้งาน ในแต่ละเทคโนโลยีสามารถจะลด CO2 ได้ไม่เท่ากัน โดยการปลดปล่อยCO2 ของรถยนต์ BEV และ FCEV โดยตรงจะเป็นศูนย์

20161009_aticle03

อย่างไรก็ดี ควรพิจารณาการปลดปล่อย CO2 ให้ครบวงจรตั้งแต่การผลิตเชื้อเพลิงที่ใช้ขับเคลื่อนจนถึงการขับขี่ (Well to Wheel) โดยสามารถแยกพิจารณาจากตั้งแต่การผลิตเชื้อเพลิง เช่น น้ำมันและไฟฟ้า จนไปถึงการเติมเชื้อเพลิง (Well toTank) และจากการเติมเชื้อเพลิงไปถึงการขับขี่ (Tank to Wheel) ดังนั้นการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในแต่ละประเทศจะมีการปลดปล่อย CO2ที่ไม่เหมือนกันขึ้นอยู่การผลิตพลังงานน้ำมันหรือไฟฟ้าในแต่ละประเทศทั้งนี้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม PHEV และ BEV เริ่มมีความแพร่หลายขึ้นในระดับโลกเพราะมีแนวโน้มลดการปลดปล่อย CO2 ได้มากกว่าเทคโนโลยีอื่น

4866255_01

 

สำหรับกระทรวงพลังงานโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) นั้นได้เริ่มจัดทำมาตรการการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP 2015) และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2558 ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมเพื่อให้เกิดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าประเภทไฮบริดปลั๊กอิน หรือ PHEV และยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV) รวมทั้งสิ้น 1.2 ล้านคันภายในปี 2579

ดร.ยศพงษ์กล่าวถึงโอกาสและความเป็นไปได้ของคนไทยในการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของโลกที่กำลังมาแรงนี้กับมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทยว่า https://youtu.be/s7JHqzYwXuc

 

20161009_aticle06