“สหรัฐอเมริกา”ใช้ไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ทั้งเมือง

0
1495
article-003_02 article-003_03 article-003_04
article-003_05 article-003_06

การตั้งเป้าหมายพัฒนาเมือง โดยให้ทุกครัวเรือนใช้ไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์ (Solar cell) คล้ายเป็นเรื่องไกลเกินฝัน

แต่ที่สหรัฐมีเมืองริเริ่มโครงการนี้แล้ว โดยมีเป้าหมายผลักดันให้เป็นเมืองใช้พลังงานสะอาดเต็มรูปแบบในอนาคต และผลิตไฟฟ้าแต่ละปีให้ได้มากในระดับเหลือใช้

เมืองนำร่องโครงการให้ทุกครัวเรือนใช้ไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์ดังกล่าว คือ แลงแคสเตอร์ (Lancaster) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีประชากรประมาณ 48,00 ครัวเรือน 168,000 คน

แลงแคสเตอร์เป็นเมืองแรกในสหรัฐ ที่ออกกฎหมายกำหนดให้ผู้สร้างบ้านหรือที่อยู่อาศัยใหม่ทุกหลัง ต้องติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ หรือแผงพลังงานแสงอาทิตย์ ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ยหลังละ 1 กิโลวัตต์

โดยจะติดตั้งบนหลังคา หรือบนพื้นรอบบ้านก็ได้ เริ่ม 1 มกราคม ปี 2014 เป็นต้นมา

ขณะบ้านที่มีที่ดินมากกว่า 163 ตารางวา ต้องติดตั้งแผงโซล่าเซลล์มีกำลังผลิต 1.0-1.5 กิโลวัตต์ ส่วนบ้านมีที่ดิน 1-6 ไร่ ต้องติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 กิโลวัตต์ขึ้นไป

ด้วยกฎหมายนี้ ช่างรับเหมาก่อสร้าง ต้องนำหลักฐานการเตรียมติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จึงจะได้รับอนุญาตให้สร้างบ้านได้

หากผู้สร้างบ้านใหม่ไม่ประสงค์ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ก็สามารถซื้อจากบริษัทที่ทำกิจการนี้ในแลงแคสเตอร์แทนได้
การออกกฎหมายนี้ มีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นการลงทุนธุรกิจพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ภายในแลงแคสเตอร์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้ไฟฟ้าราคาถูกลง และสนับสนุนแผนการลดมลภาวะที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

จุดประสงค์สำคัญอีกอย่างคือ ต้องการผลักดันแลงแคสเตอร์สู่ความเป็น “เมืองไฟฟ้าแสงอาทิตย์” หรือ “เมืองใช้พลังงานสะอาด” (Green City) เต็มรูปแบบ
ฝ่ายบริการได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาบริหาร ส่งเสริม และดูแลโครงการนี้อย่างเป็นทางการ โดยดึงบริษัทชั้นนำที่ทำกิจการนี้เข้าร่วมโครงการหลายเจ้า เช่น SolarCity และ SunPower เป็นต้น

ฝ่ายบริหารเป็นฝ่ายนำร่องโครงการ โดยทยอยติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ตามอาคารของตนและสนามกีฬาที่ฝ่ายบริหารเป็นเจ้าของ
แผนส่งเสริมที่เมืองอื่นยังทำไม่ได้ คือฝ่ายบริหารอนุญาตให้บริษัท SolarCity ใช้ที่ดินของตนติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ และขายไฟฟ้าให้ฝ่ายบริหาร

เป็นแผน “Win-Win” โดย SolarCity มีรายได้จากการขายไฟฟ้า ส่วนฝ่ายบริหารก็จ่ายค่าไฟฟ้าถูกกว่าซื้อจาก Southern California Edison (SCE) ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการไฟฟ้ารายใหญ่ประจำท้องถิ่น

ส่วนโรงเรียน ฝ่ายบริหารใช้งบซื้อแผงโซลาร์เซลล์ และขายไฟฟ้าให้ในราคาถูกกว่าไฟฟ้าของเอสซีอี

ขั้นตอนต่อไป ฝ่ายบริหารเตรียมขยายแผนขายไฟฟ้าราคาถูกให้ผู้บริโภคและบริษัทขนาดย่อม โดยโครงการนี้ ผู้บริโภคจะจ่ายค่าไฟฟ้าถูกกว่าของเอสซีอี 3%

โครงการหนึ่งที่เตรียมดำเนินการเป็นขั้นตอนต่อไป คือการออกกฎหมายกำหนดให้บ้านสร้างใหม่ทุกหลัง ต้องออกแบบให้ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน Leadership in Energy and Environmental Design (LEED) ของ U.S. Green Building Council (USGBC)

นอกจากนั้น ฝ่ายบริหารยังมีแผนรื้อถอนเสาติดตั้งสายไฟฟ้าออกจากถนนในแลงแคสเตอร์ทั้งหมด หมายถึงเลิกซื้อไฟฟ้าจากเอสซีอี และจะใช้ไฟส่องสว่าง LED รับพลังงานจากแบตเตอรี่ที่ชาร์จไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์แทน

ปัจจุบัน โครงการแผงโซล่าเซลล์ในแลงแคสเตอร์ ทั้งของภาครัฐและเอกชน มีกำลังผลิตกว่า 118 เมกะวัตต์ ขณะเป้าในอีก 5 ปี หรือในปี 2020 อยู่ที่ 530 เมกะวัตต์
หากทำได้ตามเป้า แลงแคสเตอร์จะเป็น “เมืองไฟฟ้าแสงอาทิตย์” เต็มรูปแบบ

และเป็นหนึ่งในเมืองลำดับแรก ๆ ของโลก ที่มีสถานะเป็น “Net-zero Town” หมายถึงเมืองที่ผลิตไฟฟ้าปลอดมลภาวะจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนในแต่ละปีได้มากกว่าปริมาณที่ใช้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ มีกำลังผลิตแต่ละปีในระดับเหลือใช้นั่นเอง

(ภาพจาก lancasterchoiceenergy.com, go100percent.org, inhabitat.com)