บัสไฟฟ้า เทคโนโลยีการชาร์จแบบสองทิศทาง ของ BYD

0
6320

รถโรงเรียนรุ่นเก่าๆ ในประเทศจีน รวมทั้งยุโรปและอเมริกาแบบที่เราคุ้นตากัน ก็จะเป็นรถบัสสีเหลืองขนาดใหญ่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลที่ส่งเสียงดังและกลิ่นเหม็นจากปลายท่อไอเสียขณะเคลื่อนตัวช้าๆ ซอกแซกไปตามถนนในหมู่บ้าน โดยมีเด็กๆ ตัวเล็กตัวน้อยส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวอยู่ในห้องโดยสาร

แต่ BYDยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ของจีน กำลังใช้ความเชี่ยวชาญของพวกเขาเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ด้วยการพัฒนารถบัสไฟฟ้าที่ใช้พลังแบตเตอรี่ onboard ซึ่งมาพร้อมนวัตกรรมใหม่ “เทคโนโลยีการชาร์จแบบสองทิศทาง”  ที่จะช่วยลดcarbon footprint ของโรงเรียนที่ให้บริการได้ด้วย

รถบัสไฟฟ้า Type-D รุ่นใหม่จาก BYD จะมีขนาดความยาวตัวถัง 10, 11.5 และ 12 เมตร  รถโรงเรียนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรุ่นนี้ สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 84 ที่นั่ง และมีมอเตอร์คู่ที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอรอน-ฟอสเฟต ( lithium-iron-phosphate) สามารถเดินทางได้ 155 ไมล์ (ประมาณ 250 กิโลเมตรต่อการชาร์จแต่ละครั้ง)

นอกจากนี้ BYD ยังพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียนด้วย มันมีระบบหลีกเลี่ยงการชน และระบบตรวจสอบ 360 องศารอบตัวรถที่สามารถตรวจจับคนเดินเท้าและคนขี่จักรยานในบริเวณใกล้เคียงขณะรถบัสเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำ นอกจากนี้ยังมี “Predictive Stop Arm” ซึ่งจะคอยตรวจสอบการจราจรบนท้องถนนโดยรอบและแจ้งเตือนอันตรายก่อนที่นักเรียนจะกระโดดพรวดพราดลงจากรถ  คอพวงมาลัยบังคับเลี้ยวออกแบบยืดหดได้เพื่อให้คนขับแต่ละคนสามารถปรับระดับได้ตามต้องการ  รวมทั้งติดตั้งเบาะนั่งแบบ “comfort” วางตำแหน่งสวิตช์ควบคุมต่างๆ รวมทั้งระบบปรับอากาศที่ใช้งานได้ง่ายดายอีกด้วย

คุณสมบัติพิเศษของรถบัสไฟฟ้า Type-D คือ การชาร์จแบบสองทิศทาง แนวคิดนี้คือทำให้มันสามารถชาร์จเก็บพลังงานเอาไว้ได้ในเวลากลางคืนซึ่งเป็นช่วงที่อัตราค่าไฟฟ้าถูกกว่า จากนั้นเมื่อจอดรถในระหว่างวัน ก็สามารถป้อนพลังงานส่วนเกินกลับไปให้แหล่งจ่ายไฟของโรงเรียนช่วยประหยัดค่าไฟได้อีกต่างหาก

“เราเชื่อว่ารถบัสไฟฟ้า Type D จะต้องดึงดูดใจเด็กๆ ในขณะเดียวกันก็ต้องมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยขั้นสูงสุด มันได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์สำหรับคนขับ มีการติดตั้งแบตเตอรี่ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพสูง และมีความจุเพียงพอสำหรับการเดินทางบนท้องถนน  เรามั่นใจว่ารถโรงเรียน BYD Type-D จะสามารถบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นทั้งหมด”  ซามูเอล คัง หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีโซลูชั่นของ BYD กล่าว

ปัจจุบัน แม้ว่า BYD ยังไม่เปิดเผยเรื่องราคาหรือกำหนดเวลาที่แน่นอนที่จะทำการผลิต แต่ BYD ไม่ใช่โรงงานทำลูกชิ้นหมูเด้ง  พวกเขาเป็นโรงงานอุตสาหกรรมผลิตที่ทำให้จีนมีรถยนต์ไฟฟ้าหลายแสนคันออกมาวิ่งเพ่นพ่านบนถนนในแต่ละปี ดังนั้นในเร็วๆ นี้ แน่ใจว่าจะได้เห็น BYD Type-D ออกมาถล่มตลาดรถบัสไฟฟ้าในแบบที่จีนทำกับตลาดสินค้าแทบทุกชนิดทั่วโลกอย่างแน่นอน!

ส่วนไทยแลนด์ แม้ว่าเราจะมีพื้นฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เข้มแข็ง แต่ถ้าไปดูสัดส่วนการประดิษฐ์โดยอาศัยข้อมูลการยื่นขอจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหนึ่งที่สะท้อนนวัตกรรมของประเทศ เมื่อเทียบกับประเทศก้าวหน้าทั้งหลายแล้ว ก็จะพบว่า “นวัตกรรม” ของประเทศไทยยังมีปริมาณไม่สูง ซึ่งในแง่ของการแข่งขันอาจทำให้ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ยังไม่สามารถกลายเป็นผู้ผลิตสินค้าเทคโนโลยี หรือ สินค้านวัตกรรมของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ 

น่ากลัวว่าขืนยังชักช้าไม่เร่งส่งเสริมงานด้านการวิจัยและพัฒนา ที่สุดแล้วก็คง “เรียบร้อยโรงเรียนจีน” อีกตามเคย!