“อุทยานศรีน่าน” หนุนชาวบ้านผลิตจานชามจากกาบไผ่-ใบตองตึงแทนถุงพลาสติก

0
2425

อุทยานศรีแห่งชาติน่าน” นำโดยนายบัณฑิต ฉิมชาติ นำร่องนวัตกรรมทางสังคมของ สกสว. หนุนใช้ชามกาบไผ่ของชุมชน รับนโยบาย”อุทยานปลอดพลาสติก” ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอกลไกการขับเคลื่อนการงดใช้ถุงพลาสติก ดีเดย์เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2563 ที่ผ่านมา

นายบัณฑิต ฉิมชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่านเปิดเผยถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอกลไกการขับเคลื่อนการงดใช้ถุงพลาสติก เพื่อลดและเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในเขตอุทยานแห่งชาติทุกแห่งทั่วประเทศเริ่ม 1 มกราคม 2563

ในส่วนนี้ อุทยานศรีน่านได้เตรียมความพร้อมไว้ในระดับหนึ่ง และได้ทำการประชาสัมพันธ์กิจกรรมรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติก หรือ พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวและกิจกรรม “ขยะคืนถิ่น” โดยนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขอรับ Green Heart Passport สะสมตราประทับแลกรับรางวัล ตามกติกา “ไม่สร้างขยะ” ใช้ปิ่นโตใส่อาหาร ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ขณะเดียวกันทางอุทยานศรีน่านได้เตรียมแก้วน้ำกระบอกไม้ไผ่ จาน-ชาม ภาชนะที่ทำจากกาบไม้ไผ่ ใบกล้วย และใบตองตึง ผลิตภัณฑ์ชุมชนรอบๆอุทยานศรีน่านไว้บริการนักท่องเที่ยว

นายบัญฑิต เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ “จาน ชาม กาบไผ่ และใบตอง ของชุมชนรอบๆอุทยานศรีน่านเกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของอุทยาน กับ ผศ.ดร.เขมรัฐ เถลิงศรี จากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยและคณะที่เข้ามาทำวิจัย “นวัตกรรมทางสังคมเพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตเกษตรกรบนพื้นที่สูงสู่ความยั่งยืน” โดยการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในพื้นที่ บ้านวนาไพร บ้านหนองผำ และบ้านน้ำปี้ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกับอุทยาน เมื่อปีที่ผ่านมา

ผศ.ดร.เขมรัฐ เถลิงศรี ในฐานะหัวหน้าโครงการ เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์กาบไผ่และใบตองตึง เป็นกระบวนการพัฒนาต้นแบบของนวัตกรรมทางสังคมเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เพราะการค้นหาต้นแบบที่เหมาะสมจะนำไปสู่การพัฒนาและทดสอบ 3 กิจกรรม คือ ต้นแบบการจัดการน้ำ ต้นแบบการจัดการข้าวต้นแบบการทำอาชีพเสริม สำหรับผลิตภัณฑ์กาบไผ่และใบตองตึง อยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่องขึ้นรูปภาชนะของพระอาจารย์วิจิตร วัดถ้ำกระบอก และ ผศ.ดร.สุพิณ แสงสุข สำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งในส่วนของคุณภาพ รูปแบบ และลดต้นทุนการผลิตที่ปัจจุบันบ้านวนาไพรผลิตชามกาบไม้ไผ่ได้ ประมาณ 200 ใบ เฉลี่ยต้นทุนใบละ 2 บาท ซึ่งถือว่าน้อยไม่เพียงพอกับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่อุทยานศรีน่านในช่วงฤดูหนาวนี้ และต้นทุนที่ยังสูงกว่าท้องตลาดประมาณเท่าตัว

อย่างไรก็ดี ผลสัมฤทธิ์ที่ทีมวิจัยคาดว่าจะได้รับคือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทัศนคติของเกษตรกร และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติระหว่างชุมชนกับอุทยาน (co-management) โดยชุมชนที่อยู่รอบอุทยานจะรักษาทรัพยากรให้อุดมสมบูรณ์ ในขณะที่อุทยานสามารถส่งเสริมอาชีพเสริมสำหรับชุมชนอีกทางหนึ่ง