กฟผ. เปิดตัวชุมชนประหยัดพลังงานเบอร์ 5 แห่งแรกในภาคกลาง หวังเป็นชุมชนต้นแบบฯ

0
1812

กฟผ. เปิดตัวชุมชนเทศบาลตำบลเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี ต้นแบบชุมชนประหยัดพลังงานเบอร์ 5 แห่งแรกในภาคกลาง ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของชุมชน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 40,375 บาทต่อปี และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 4,700 กิโลกรัมต่อปี  

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา นายประเสริฐ อินทับ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. เปิดตัวชุมชนเทศบาลตำบลเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี ให้เป็นต้นแบบชุมชนประหยัดพลังงานเบอร์ 5 แห่งแรกในภาคกลาง โดยส่งมอบป้ายชุมชนประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ให้กับนายฉกาจ อาสาสนา ปลัดอำเภอศรีสวัสดิ์ และนางสาวภัทรภร เนตรสุวรรณ รองนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลเอราวัณ ณ เทศบาลตำบลเอราวัณ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

นายประเสริฐกล่าวว่า ตำบลเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี นับเป็นชุมชนประหยัดพลังงานเบอร์ 5 แห่งแรกในภาคกลาง ซึ่งในระยะแรกนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการถึง 56 ครัวเรือนนำร่องจาก 4 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนตลาดสดเทศบาล ชุมชนบ้านเอราวัณ ชุมชนทิวไผ่ และชุมชนจามจุรี โดยภายในชุมชนได้จัดให้มีแหล่งเรียนรู้ชุดสาธิตเปรียบเทียบหลอดไฟ  บ้านประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ซึ่งเป็นบ้านตัวอย่างการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมถึงร้านค้าจำหน่ายหลอดไฟที่ติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ซึ่งจากการร่วมแรงร่วมใจกันของทุกภาคส่วน ช่วยให้สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในชุมชนได้ประมาณ 8,075 หน่วยต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่า 40,375 บาทต่อปี และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 4,700 กิโลกรัมต่อปี  ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีชุมชนประหยัดพลังงานเบอร์ 5 แล้วจำนวน 2 ชุมชนในภาคเหนือและภาคใต้ ได้แก่ ชุมชนบ้านปวงสนุก จังหวัดเชียงใหม่ และชุมชนบ้านคลองยาง จังหวัดกระบี่  โดย กฟผ. มีเป้าหมายให้เกิดชุมชนประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ทั่วประเทศ ประมาณ 10 ชุมชน ภายในปี 2565

สำหรับชุมชนประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ดำเนินงานภายใต้โครงการห้องเรียนสีเขียวที่ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปัจจุบัน ตามกลยุทธ์ 3อ. ของ กฟผ. ได้แก่ อ.อาคาร อ.อุปกรณ์ และ อ.อุปนิสัยการใช้ไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนให้เกิดการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งประชาชนเทศบาลตำบลเอราวัณ เขื่อนศรีนครินทร์ และโรงเรียนบ้านเจ้าเณร เห็นถึงความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยขับเคลื่อนกิจกรรมภายในโรงเรียนลงสู่ชุมชน ด้วยการให้องค์ความรู้และสร้างแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า ลงพื้นที่สำรวจการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในครัวเรือน พร้อมให้คำปรึกษาแนวทางการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยชุมชนจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลดค่าใช้จ่ายด้านการใช้ไฟฟ้าในภาคครัวเรือน จนสามารถพัฒนาศักยภาพชุมชนไปสู่การเป็นชุมชนต้นแบบด้านการใช้ไฟฟ้าและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

 “กฟผ. ขอเชิญชวนชุมชนทุกแห่งทั่วประเทศ ร่วมเป็นหนึ่งในชุมชนประหยัดพลังงานเบอร์ 5 เพื่อรณรงค์ให้เกิดการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าภายในชุมชนอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ช่วยลดค่าใช้จ่าย ตลอดจนเป็นการปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชน อันจะนำไปสู่การขยายผลต่อชุมชนใกล้เคียงและประเทศ อย่างยั่งยืน” นายประเสริฐ อินทับ กล่าวในที่สุด