“พาณิชย์”จับมือ”พลังงาน”ลดสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ

0
147

กระทรวงพาณิชย์จับมือพลังงานช่วยลดสต็อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศ ตั้งเป้าลด 2 แสนตันในช่วง 2 เดือน โดยกระทรวงพาณิชย์พร้อมกระตุ้นให้ส่งออกน้ำมันดิบโดยตรง ขณะที่กระทรวงพลังงานจะการผลิตไบโอดีเซล เผยจากจับมือของ 2 กระทรวงส่งผลให้สต็อกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือ 407,000 ตันในเดือนมกราคม 2561 และหนุนให้ราคาผลปาล์มน้ำมันที่เกษตรกรขายได้อยู่ที่ระดับ 4.10 บาทต่อ กก.


(13 กุมภาพันธ์ 2561) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมกับ ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแถลงผลความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงาน ในการช่วยลดสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศ จากการที่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมามีปริมาณสต๊อกที่สูงมากเป็นประวัติการณ์ถึง 532,000 ตัน ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายให้ทั้ง 2 กระทรวงร่วมกันลดสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ 2 แสนตัน ในช่วงระยะเวลาดำเนินการ 2 เดือน โดยกระทรวงพาณิชย์จะทำการกระตุ้นให้มีการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบโดยตรง ในขณะที่กระทรวงพลังงานจะเพิ่มการผลิต Biodiesel จากความต้องการใช้ปกติที่ 4 ล้านลิตรต่อวัน ให้เป็น 6 ล้านลิตรต่อวัน และเก็บ Biodiesel ส่วนที่ผลิตเกินความต้องการไว้ในสต๊อกชั่วคราว

“ผลการดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์สามารถกระตุ้นให้มีการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบได้ 157,000 ตันและกระทรวงพลังงานเพิ่มการผลิต Biodiesel อย่างต่อเนื่อง จากเดิม 4 ล้านลิตรต่อวันจนถึง 6 ล้านลิตรต่อวันในปัจจุบัน ทำให้สต็อก Biodiesel เพิ่มสูงขึ้นจาก 92 ล้านลิตรเป็น 109 ล้านลิตร”

จากผลการร่วมมือของทั้ง 2 กระทรวง ทำให้สต็อกน้ำมันปาล์มดิบลดลงจาก 532,000 ตันในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2560 คงเหลือ 407,000 ตัน ในเดือนมกราคม 2561 ทั้งนี้ราคาน้ำมันปาล์มดิบได้เพิ่มสูงขึ้นจาก 19 บาทต่อกิโลกรัมในเดือนธันวาคม 2560 มาเป็น 21 บาทต่อกิโลกรัม ขณะเดียวกันราคาผลปาล์มน้ำมันที่เกษตรกรขายได้ก็ปรับขึ้นเช่นกัน จาก 3.37 บาทต่อกิโลกรัม มาอยู่ที่ระดับ 4.10 บาทต่อกิโลกรัมโดยคาดว่าภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น กก.ละ 4.20 บาท