ปี 61พน.ชูนโยบายส่งเสริมพลังงานระดับชุมชน

0
196

กระทรวงพลังงานมั่นใจเดินหน้าร่วมขบวนการขับเคลื่อนประเทศตามโครงการ ไทยนิยม ยั่งยืน”  ยันชูนโยบายด้านการวางแผนพลังงานระดับชุมชน และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนที่เหมาะสมกับพื้นที่ สร้างงานในชุมชน   ลดรายจ่าย พร้อมสร้างรายได้ที่มั่นคงยั่งยืน พร้อมมอบนโยบายและทิศทางการปฏิบัติราชการในปี 2561 

 นายศิริ  จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (พน.) เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงาน ด้เข้าร่วมรับฟังการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการ “ไทยนิยม ยั่งยืน“ ซึ่งเบื้องต้นจะเป็นการบูรณาการการขับเคลื่อนงาน โครงการของหน่วยงานต่างๆ จากรัฐบาล ที่มีเป้าหมายลงพื้นที่ในระดับหมู่บ้านตามแนวทางนโยบายประชารัฐ พร้อมพัฒนา แก้ไขปัญหาในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ไปจนถึงการสร้างความตระหนักรู้ถึงบทบาทหน้าที่ของประชาชน ในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศตามระบอบประชาธิปไตย โดยได้แบ่งออกเป็น 10 ด้านสำคัญ ๆ อาทิ สัญญาประชาคม ผูกใจไทยเป็นหนึ่ง ชุมชนอยู่ดีมีสุข รู้เท่าทันเทคโนโลยี และในส่วนของกระทรวงพลังงานจะอยู่ในกลุ่มงานตามภารกิจ ของทุกหน่วยงาน (Function)

ทั้งนี้  กลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ดังกล่าว จะมีพื้นที่ดำเนินการครอบคลุม 76 จังหวัด 878 อำเภอ 7,663 ตำบล  รวมถึง 50 เขตในกรุงเทพมหานคร และเมื่อรวมหมู่บ้านชุมชน และชุมชนในกรุงเทพมหานคร จะครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศถึง 83,151 แห่ง โดยจะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เข้าดำเนินการในกรอบงานต่างๆ ซึ่งเบื้องต้นกระทรวงพลังงานที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการฯ จะได้ร่วมผลักดันนโยบายด้านพลังงานที่สำคัญ ๆ เพื่อการเข้าถึงพื้นที่ชุมชนต่างๆ ตามโครงการฯ  โดยเฉพาะด้านการวางแผนพลังงานชุมชน ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ถือเป็นนโยบายสำคัญ และได้ขับเคลื่อนดำเนินการมาต่อเนื่อง รวมทั้งด้านการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนที่เหมาะสมต่อศักยภาพในพื้นที่นั้น ๆ  เพื่อเร่งสร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชน หรือสร้างผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น ผ่านการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีพลังงานทดแทน อาทิ ระบบสูบน้ำแสงอาทิตย์ ระบบอบแห้งแสงอาทิตย์เพื่ออบแห้งสินค้าการเกษตร ระบบอบแห้งแสงอาทิตย์ในบ่อเลี้ยงปลา พลังงานน้ำระดับชุมชน  การส่งเสริมการใช้เตาประสิทธิภาพสูง เป็นต้น

          “การดำเนินการตามแนวทาง ไทยนิยม ยั่งยืน กระทรวงพลังงานพร้อมจะร่วมผลักดันให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยนอกจากจะเป็นการผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตามศักยภาพของพื้นที่แล้ว ยังช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะสนับสนุนโครงการต่างๆ ผ่านกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนมีรายได้ที่ยั่งยืน และยังได้ช่วยเปลี่ยนทัศนคติของคนในชุมชนให้ใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า พร้อมๆไปกับการตระหนักเห็นถึงความสำคัญของพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นทำในการทำงานด้านพลังงานนายศิริกล่าว