ปี 60 ปตท.มุ่งผลิตไฟฟ้า พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

0
237

ปตท.ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2560 มุ่งลงทุนด้านไฟฟ้ารองรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค เน้นไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและธุรกิจแบตเตอรี่ พร้อมตั้งงบลงทุน 5 ปี 1.6 ล้านล้านบาท พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ท่อก๊าซฯ เส้นที่ 5 และคลัง LNG

20170212_topic05
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทาง ธุรกิจของปตท. ในปี 2560 จะมุ่งไปที่การลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าให้มากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันไปสู่เทคโนโลยีที่ใช้ไฟฟ้า โดยจะเน้นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และการลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่เพื่อกักเก็บพลังงาน (Energy storage) โดย ปัจจุบัน ปตท. มีการลงทุนในบริษัท M24 ของสหรัฐฯที่ทำธุรกิจผลิตแบตเตอรี่ และกำลังอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนเพิ่มเติม โดยคาดว่าภายในปี 2560 จะมีความชัดเจน

ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท. มีบริษัทลูก คือ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เป็นแกนนำในการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภคของกลุ่ม

20170212_topic03

“การบริหารธุรกิจด้านพลังงาน มีความท้าทายในแต่ละปีที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะการที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ ซึ่ง ปตท.ต้องพร้อมเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปโดยมีการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ซึ่ง ปตท.จะติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลกและปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง”นายนายเทวินทร์กล่าว

สำหรับแผนการลงทุนในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560-2564) ของกลุ่ม ปตท. มีวงเงิน 1.6 ล้านล้านบาท โดยจะเน้นลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ การสร้างท่อก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 5 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และคาดว่าจะได้ผู้รับเหมาภายในปี 2560 นี้

20170212_topic01

นอกจากนี้ จะลงทุนคลังก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) แห่งที่ 1 โดยเฟสแรกจะขยายคลังรับก๊าซ LNG จาก 5 ล้านตัน เป็น 10 ล้านตัน ซึ่งจะเสร็จในไตรมาสที่ 2 ของปี 2560 และเฟส 2 จะขยายจาก 10 ล้านตัน เป็น 11.5 ล้านตัน จะเสร็จในปี 2562 และคลัง LNG แห่งที่ 2 จะสร้างขนาด 7.5 ล้านตัน ซึ่งจะเสร็จในปี 2565 และทำให้ไทยมีคลังรองรับ LNG รวมทั้งสิ้น 19 ล้านตัน ขณะเดียวกัน ปตท.กำลังศึกษารายละเอียดการลงทุนคลัง LNG ลอยน้ำ (FSRU) ขนาด 3 ล้านตันต่อปี ในเมืองกันบ๊อก ประเทศเมียนมา เพื่อเสริมความมั่นคงก๊าซฯในไทย