บอร์ดอนุมัติแผนลงทุนปตท. 5 ปีงบ 1.6 แสนล้านมุ่งความมั่นคงพลังงาน

0
82

วันนี้ (21 ธันวาคม 2561) นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. มีมติอนุมัติแผนวิสาหกิจและงบลงทุน 5 ปี (พ.ศ. 2562-2566) วงเงินรวม 167,114 ล้านบาท (ไม่รวมงบลงทุนระยะยาวในอนาคต หรือ Provision) ตามกรอบการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืน สร้างสมดุล 3 มิติได้แก่ People การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ชุมชน และสังคมอย่างมีส่วนร่วม เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจที่ดีแก่คนในสังคม อันจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ Planet การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ Prosperity เป็นฐานความมั่นคงให้แก่ภาคเศรษฐกิจและสังคม ด้วยหลักธรรมาภิบาล ดูแลผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นรูปธรรม


ในด้านการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม (People และ Planet) ได้จัดสรรแผนงบประมาณจำนวน 6,095 ล้านบาท เน้นการทำงานผ่านสถาบันปลูกป่า ปตท. และร่วมจัดการพื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) โดย ปตท. ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 2,900 ล้านบาท มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ ให้เป็นศูนย์กลางงานวิจัยด้านเทคโนโลยี วัสดุ พลังงานทดแทน และดิจิทัล เพื่อร่วมยกระดับขับเคลื่อนสังคมสู่อนาคต พร้อมสร้างความเข้มแข็งแก่ประเทศ สอดคล้องกับการพัฒนาระดับสากล

โดยนอกจากงบลงทุนดังกล่าวแล้ว ปตท. ยังสนับสนุนงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องในหลากหลายมิติ สำหรับด้าน People มุ่งเน้นพัฒนารูปแบบธุรกิจเพื่อสังคม Social Enterprise (SE) นำร่องผ่าน Café Amazon for Chance ภายใต้การดูแลของบริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เพื่อพัฒนาความสามารถ สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ปัจจุบันมีอยู่ 4 สาขา และมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มเติมในอนาคต

ขณะที่ยังดำเนินงานพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ผ่าน PTT Model of People Development เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดวัยเรียนในระดับต่างๆ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เพื่อให้เกิดนวัตกรรมในโครงการต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) และสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) จ.ระยอง และเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาพื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) ในพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ รวมทั้งการสนับสนุนการศึกษาระดับอาชีวะเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใน EEC

ด้าน Planet ปตท. มุ่งสร้างแรงจูงใจและจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านการบริหารจัดการโดย สถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. พร้อมสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืนผ่านการทำเกษตรป่าไม้ (Agroforestry) พร้อมพัฒนาพื้นที่สีเขียวในเมืองอย่างต่อเนื่อง เช่น พื้นที่คุ้งบางกะเจ้า โดยใช้เทคโนโลยีสนับสนุนติดตามการดำเนินงาน รวมถึงขับเคลื่อนการจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เน้นการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการดำเนินงาน ตามแนวทางที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP21) เพิ่มปริมาณผลิตภัณฑ์และแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่เป็น Clean & Green

อีกทั้งด้าน Prosperity ซึ่งเป็นฐานความมั่นคงให้แก่ภาคเศรษฐกิจและสังคม นโยบายการลงทุนครั้งนี้ ปตท. ยังคงสนองตอบความต้องการของประเทศด้วยการดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ 3D ต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทั้งในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ด้วยเป้าหมายสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถ สร้างการแข่งขันสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนประกอบด้วย


1) Do now เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การเพิ่มผลผลิต (Productivity Improvement) และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน จำนวน 55,291 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับปรุงกระบวนการทำงาน อาทิ โครงการ Predictive Maintenance ที่ครอบคลุมทุกกระบวนการผลิต การพัฒนาระบบโครงข่ายท่อส่งก๊าซ

2) Decide now ตัดสินใจการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ จำนวน 91,203 ล้านบาท มุ่งเน้นการใช้ความชำนาญในธุรกิจพลังงานปัจจุบันให้บรรลุผล อาทิ การขยายความสามารถในการรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ คลังแอลเอ็นจี เทอมินัล (LNG Terminal) การขยายธุรกิจในต่างประเทศ การพัฒนาระบบขนส่ง (Logistic) ของกลุ่มปิโตรเลียมขั้นปลาย และโอกาสในการลงทุนในพื้นที่เขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)

3) Design now เร่งแสวงหาโอกาสและพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ (New S-Curve) จำนวน 14,525 ล้านบาท เพื่อการเติบโตระยะยาวควบคู่กับการตอบสนองนโยบาย Thailand 4.0 ที่เน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและดิจิทัล อาทิ โครงข่ายธุรกิจไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า (Energy Storage System) รวมทั้งธุรกิจใหม่อื่นๆ เช่นด้าน Life Science, Material Science ที่เกี่ยวข้องกับการนำวิทยาศาสตร์มาพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้านหุ่นยนต์ เครื่องจักรกล และปัญญาประดิษฐ์ (Robotics/AI) หรือการลงทุนในรูปแบบสตาร์ทอัพ (Startup) Corporate Venture Capital (CVC)

นอกจากนี้ ปตท. ยังจัดเตรียมงบลงทุนระยะยาวในอนาคต (Provision) จำนวน 187,616 ล้านบาท สำหรับขยายการลงทุนในธุรกิจหลัก สายโซ่ธุรกิจ LNG และธุรกิจใหม่ New S-Curve ตามที่กล่าวข้างต้นโดยอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้

“แผนวิสาหกิจและงบลงทุนดังกล่าว สอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์ของ ปตท. ที่มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เสริมความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและรักษาสมดุลกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้ ปตท. เป็นองค์กรแห่งความภาคภูมิใจ เน้นความโปร่งใส สู่ความยั่งยืน” นายชาญศิลป์กล่าว