กกพ. ห้ามจีพีเอสซีเข้าซื้อหุ้นใหญ่”โกลว์ พลังงาน”

0
25

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ลงมติเอกฉันท์ห้าม “จีพีเอสซี” ซื้อหุ้น “โกลว์” ระบุเข้าข่ายลดการแข่งขัน ขัดต่อ พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน 2550 มั่นใจคำชี้ขาดเอื้อต่อบรรยากาศการลงทุน สร้างบรรทัดฐานที่ดี และถูกต้องในระยะยาว


นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสานักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สานักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกากับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่อนุมัติคาขอเพื่อรวมกิจการ โดยการเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของ บริษัทโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (จีพีเอสซี) ในบริษัทโกลว์ พลังงาน (โกลว์) เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวส่งผลต่อการลดการแข่งขันในการให้บริการพลังงาน ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย (พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550) รวมทั้งการพิจารณาของ กกพ. ยังเป็นการพิจารณาที่ตระหนักถึง การสร้างบรรทัดฐานในการพิจารณาในระยะยาวด้วย

“กกพ. มีมติเป็นเอกฉันท์ และไม่อนุญาตให้ จีพีเอสซีในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้รับอนุญาต ซึ่งก่อนหน้าได้ยื่นขออนุญาตต่อ กกพ. เพื่อขอเข้ารวมกิจการกับ โกลว์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ารับอนุญาตภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และหลังจาก กกพ. พิจารณาแล้วพบว่า การรวมกิจการดังกล่าวส่งผลให้พื้นที่อุตสาหกรรมในบางพื้นที่จะมีบริษัทที่มีอำนาจการบริหารกิจการไฟฟ้าลดลงเหลือเพียงรายเดียว จึงเป็นการลดการแข่งขัน ถึงแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่การให้บริการไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก็ตาม และ กกพ.เชื่อมั่นว่า มติที่เกิดขึ้นจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ดีและถูกต้องในระยาวด้วย” นางสาวนฤภัทรกล่าว

นางสาวนฤภัทร กล่าวว่า กกพ. ยังมีการพิจารณาในประเด็นของ บางพื้นที่อุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งผู้รับบริการอาจมีทางเลือกในการรับบริการจากผู้ประกอบการรายอื่น ได้แก่ กฟภ. และอาจจะทาให้ลดการแข่งขัน ก็พบว่า การให้บริการของ กฟภ. ก็ไม่สามารถทดแทนการให้บริการของลูกค้ากลุ่ม โกลว์ ได้ เนื่องจากเหตุผลทางคุณภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่ต้องการความมีเสถียรภาพ รวมทั้ง กฟภ. ยังต้องจำหน่ายไฟฟ้าในราคาเดียวกันทั่วประเทศ (Uniform Tariff) ทาให้ไม่สามารถให้อัตราส่วนลดกับผู้รับบริการได้ ส่งผลให้เกิดการลดการแข่งขันดังกล่าว

ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 มาตรา 60 และระเบียบที่เกี่ยวข้องกำหนดให้ กกพ. มีอานาจในการออกระเบียบ กำหนดหลักเกณฑ์ เพื่อมิให้มีการกระทาการใดใดอันเป็นการผูกขาด ลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการพลังงาน และกรณีของ จีพีเอสซี ซึ่งเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของโกลว์ จึงเป็นการรวมกิจการ เข้าเงื่อนไขของการที่ผู้รับใบอนุญาตรายหนึ่งเข้าครอบงำผู้รับอนุญาตอีก รายหนึ่งซึ่งไม่สามารถทาได้ เว้นแต่จะขออนุญาตต่อ กกพ. เพื่อให้พิจารณาเหตุผล และความจำเป็นที่เพียงพอ หรือเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือผู้ใช้พลังงาน

นางสาวนฤภัทรกล่าวย้ำว่า กกพ. เชื่อมั่นว่า การพิจารณาและมีมติดังกล่าวได้ยึดมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุน แนวทางการค้าเสรีอย่างเป็นธรรม สร้างบรรยากาศที่ดีต่อการลงทุนทั้งภายในประเทศ และการลงทุนจากต่างประเทศ หลังจากก่อนหน้านี้ กกพ.ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มองค์กรธุรกิจ นักธุรกิจทั้งในและนอกประเทศ รวมทั้งนักการเมือง และผู้ทีอาจได้รับผลกระทบจากการรวมกิจการดังกล่าวได้ยื่นหนังสือต่อ กกพ. เพื่อให้พิจารณาในประเด็นการผูกขาดธุรกิจ และอาจส่งผลกระทบต่อผู้ได้รับบริการพลังงาน เพื่อให้ทบทวนและพิจารณาประเด็นดังกล่าวอย่างรอบคอบ

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ กกพ. จะได้แจ้งคำสั่งไม่อนุญาตไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ตามระเบียบ และจัดทากรอบหลักการในการพิจารณาเรื่องรวมกิจการตามแนวทางข้างต้น เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติต่อไป