กฟน.พร้อมจ่ายระบบไฟฟ้าสถานีกลางบางซื่อรับรถไฟสายสีแดง

0
113

วันนี้ (19 กันยายน 2561) นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) พร้อมด้วย นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวโครงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้า รองรับรถไฟฟ้าสายสีแดง และศูนย์คมนาคมพหลโยธิน (สถานีกลางบางซื่อ) ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อเตรียมความพร้อมระบบไฟฟ้ารองรับการจ่ายไฟฟ้าให้รถไฟฟ้าทุกสายที่ผ่านสถานีกลางบางซื่อ และพื้นที่พัฒนาฯ ทั้งหมด ณ ห้องประชุม สำนักงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ – รังสิต) การรถไฟแห่งประเทศไทย ถนนกำแพงเพชร 6

ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (ซ้าย) รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ขวา)

นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เปิดเผยว่า ตามที่ กฟน. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีแดง และรถไฟฟ้าความเร็วสูงทุกสายที่ผ่านสถานีกลางบางซื่อ  โดยในปี 2553 ที่ผ่านมา กฟน. ได้ร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ในการเตรียมความพร้อมระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชนหรือ TOD (Transit Oriented District) เพื่อเป็น Smart City ในพื้นที่กว่า 2,235 ไร่ รวมถึงโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสาย   สีแดง (บางซื่อ – รังสิต) และรถไฟฟ้าความเร็วสูงทุกสายที่ผ่านสถานีกลางบางซื่อ  ซึ่งทั้งหมดจะเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียนในอนาคต ดังนั้น กฟน. จึงได้ดำเนินการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าต้นทางบางซื่อเพื่อรองรับระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่ทั้งหมด โดยใช้งบประมาณลงทุนรวมทั้งสิ้น 1,275.75 ล้านบาท

ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวงกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ กฟน. กำลังเร่งดำเนินก่อสร้างสถานีไฟฟ้าต้นทางบางซื่อ เป็นไปตามแผนงาน โดยสถานีไฟฟ้าบางซื่อมีศักยภาพในการรองรับปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้สูงสุด 1,200 เอ็มวีเอ (MVA) เทียบเท่าประมาณ 5 เท่าของศักยภาพระบบจ่ายไฟฟ้าให้กับนิคมอุตสาหกรรมบางปู

สำหรับการคาดการณ์ปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดแบ่งออกเป็น ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดง รถไฟฟ้าความเร็วสูงทุกสายที่ผ่านสถานีกลางบางซื่อ เช่น รถไฟฟ้าความเร็วสูงกรุงเทพ-หนองคาย รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินแบบไร้รอยต่อ (สนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) และสถานีกลางบางซื่อ  300 เอ็มวีเอ และพื้นที่พัฒนาฯ อื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นจากโครงการ Smart city อีก 300 เอ็มวีเอ นอกจากนี้ยังสามารถจ่ายไฟให้แก่พื้นที่โดยรอบที่อยู่ภายนอกโครงการได้อีก 600 เอ็มวีเอ รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,200  เอ็มวีเอ  ซึ่งมั่นคง เพียงพอ และมีกำลังไฟฟ้าสำรองที่พร้อมอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ในระยะแรกได้เตรียมพร้อมรองรับได้จำนวน 900 เอ็มวีเอ ส่วนในระยะที่สอง เมื่อมีการเพิ่มเติมรถไฟฟ้าเส้นทางอื่นๆ ในสถานีกลางบางซื่อ กฟน. ยังสามารถเพิ่มศักยภาพการจ่ายไฟฟ้าได้อีกจนครบ 1,200 เอ็มวีเอ  นอกจากนี้ กฟน. ได้บูรณาการร่วมกับ กฟผ. เตรียมพร้อมระบบสำรองไฟฟ้าในกรณีเหตุฉุกเฉินโดยสามารถสับถ่ายเพื่อเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงจ่ายไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายสถานีไฟฟ้าแรงสูงข้างเคียงของ กฟผ.ในพื้นที่โดยรอบจำนวนกว่า 3 สถานี (สถานีไฟฟ้าแจ้งวัฒนะ พระนครเหนือ และลาดพร้าว) รวมถึงการเชื่อมโยงจากสายส่งไฟฟ้าจากสถานีย่อยข้างเคียงของ กฟน. เอง ทำให้เพิ่มเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น

ในด้านแผนดำเนินงาน กฟน. ได้กำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 60 ถึง 5 ธ.ค. 62 (รวมระยะเวลา 720 วัน)  ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการก่อสร้างสถานีไฟฟ้า และคาดว่าจะเสร็จสิ้นทันกำหนดเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับสถานีกลางบางซื่อและโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ – รังสิต) ที่จะเปิดให้บริการภายในเดือนมิถุนายน 2563 นี้ โดย กฟน. ยังได้ออกแบบระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่เป็นรูปแบบระบบสายไฟฟ้าใต้ดินทั้งหมด เพื่อให้มีความมั่นคงเสถียรภาพ และช่วยปรับทัศนียภาพให้สวยงามมีความปลอดภัย และนอกจากนี้ในอนาคต กฟน. ยังมีความพร้อมในการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้ากับระบบการควบคุมจัดการที่ทันสมัยด้วย Smart Micro Grid สนับสนุนการใช้พลังงานในรูปแบบ Green Energy เป็นไปตามนโยบายลดการใช้พลังงานจาก fossil เพื่อพัฒนาสู่การเป็น Smart City ตามนโยบายรัฐบาลต่อไป