บอร์ดGGCพิจารณาโครงการ”นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์”

0
141

บอร์ด โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือ GGC เตรียมพิจารณาลงทุนโครงการ นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ หรือ NBC ระยะที่ 1 มูลค่า 7,650 ล้านบาท ในเดือนก.ย. 2561 นี้  พร้อมจับมือกับบริษัท KTIS ร่วมลงนามกับบริษัท Chempolis ของประเทศฟินแลนด์ พัฒนานวัตกรรมนำชานอ้อยมาผลิตเป็นไบโอพลาสติก สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจและเกษตรกร

นายเสกสรร อาตมางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า  ในการประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) บริษัท GGC ปลายเดือน ก.ย. 2561 นี้ จะมีวาระการพิจารณาการลงทุนโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ หรือ NBC ระยะที่ 1 ที่จ. นครสวรรค์ มูลค่าลงทุน 7,650 ล้านบาท ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพครบวงจร ประกอบด้วย โรงงานผลิตเอทานอล 6 แสนลิตรต่อวัน และโรงไฟฟ้าชีวมวลจากชานอ้อย 85 เมกะวัตต์ เน้นใช้ในโรงงานเป็นหลัก และหากมีไฟฟ้าส่วนที่เหลือจึงจะขายเข้าระบบ  โดยโครงการแรกเป็นการร่วมทุนระหว่าง GGC และ บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ KTIS ในสัดส่วนรายละ 50% อย่างไรก็ตามหลังจากบอร์ดอนุมัติแล้วคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 2-3 ปี และจะผลิตเอทานอลเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2563

ทั้งนี้ โครงการ NBC ระยะที่ 2 จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากชานอ้อย ด้วยการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงานเคมีและพลาสติกชีวภาพ โรงงานอาหารเสริม มูลค่าลงทุนประมาณ 10,000-30,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ โดยเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2561 บริษัท GGC และบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ KTIS ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU)กับบริษัท Chempolis ซึ่งเป็นบริษัทนวัตกรรมด้านไบโอเคมิคอล จากประเทศฟินแลนด์ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยี Cellulosic ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากชานอ้อยไปเป็นไบโอพลาสติกได้ และคาดว่าจะเดินเครื่องผลิตจริงประมาณปี 2566

การลงนามMOU ดังกล่าวมีขึ้นเมื่อ ในวันนี้ ( 22 ส.ค. 2561) ซึ่งมี Mr. Mika Tapani Lintilä รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ สาธารณรัฐฟินแลนด์และ Her Excellency Miss Satu Suikkari-Kleven เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟินแลนด์ประจำประเทศไทย ได้เดินทางมาเป็นประธานการลงนามของทั้ง 3 บริษัทด้วย

นายเสกสรร กล่าวว่า  บริษัท GGC คาดว่าโครงการ NBC ระยะ 1และ 2 จะเป็นการนำร่องให้เกิดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจชีวภาพและมูลค่าเพิ่มจากอ้อยจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม และช่วยต่อยอดด้านการวิจัยและนวัตกรรม และอาจมีการสร้างศูนย์นวัตกรรมในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตทางการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูงต่อไป

ในส่วนของธุรกิจปาล์มน้ำมันนั้น GGCยัง ตั้งเป้าหมายผลิตน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 100% หรือ B100 ในปี 2561 ให้ได้ 3.6 แสนตันต่อปี แต่จะพยายามทำให้ได้ถึง 4 แสนตันต่อปี เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่อยู่ระดับ 3.2 แสนตันต่อปี โดยตลาดหลักยังคงจำหน่ายให้กับบริษัทในกลุ่ม ปตท. และตั้งเป้าหมายจะส่งออกไปยังตลาดกลุ่มประเทศ CLMV (ประเทศกัมพูชา,สปป.ลาว , เมียนมาและเวียดนาม) เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่ที่มีประชากร 600 ล้านคน ที่มีความต้องการใช้ B100 สูงในอนาคต

ส่วนกรณีที่วัตถุดิบคงคลังหาย 71,848 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 2,400 ล้านบาทนั้น ขณะนี้คดีความยังอยู่ขั้นตอนหาข้อเท็จจริง ส่วนการทำธุรกิจเมื่อพบว่ามีข้อบกพร่องให้เกิดการทุจริตได้ บริษัทฯ ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการเพื่อไม่ให้เกิดข้อบกพร่องอีก ส่วนบุคคลภายในที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตนั้นจะมีความผิดทางวินัยและการลงโทษเป็นไปตามขั้นตอนของบริษัทฯและกฎหมายต่อไป

ที่มา : https://bit.ly/2wk8wjF