‘กฟน.’มอบศาลาทรงไทยการไฟฟ้าสามเสนให้กทม.ใช้ประโยชน์

0
25

วานนี้ ( 13 ก.ค.2561 ) นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เป็นประธานในพิธีเปิดและส่งมอบศาลาการไฟฟ้าสามเสนให้กับ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นผู้รับมอบ เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์ในสวนลุมพินี แก่ผู้ที่มาพักผ่อนหย่อนใจ ณ ศาลาการไฟฟ้าสามเสน สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร

เนื่องในโอกาสที่การไฟฟ้านครหลวงครบรอบ 60 ปี ในวันที่ 1 สิงหาคม 2561 นี้ ได้ให้ความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนตอบสนองยุทธศาสตร์ กฟน. ในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดกิจกรรม “พักกายพักใจในศาลา กฟน.” โดยดำเนินการบูรณะศาลาการไฟฟ้าสามเสน ซึ่งเป็นศาลาทรงไทยตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของสวนลุมพินี กทม. ให้คงรูปแบบดั้งเดิมเอกลักษณ์เฉพาะสวยงาม และได้จัดพิธีเปิด และส่งมอบให้กับ กทม. เป็นผู้ดูแลเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าใช้เป็นสถานที่สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

ชัยยงค์ พัวพงศกร

ผู้ว่าฯ กฟน. กล่าวว่า ศาลาการไฟฟ้าสามเสน เป็นอาคารศาลาทรงไทยชั้นเดียว (Sala Thai Pavilion) ตั้งอยู่ใจกลางของสวนลุมพินีมานานกว่า 60 ปี มีพื้นที่รวมประมาณ 120 ตารางเมตร โดยเป็นอาคารโล่งโปร่ง ทั้ง 4 ด้าน ออกแบบตามสถาปัตยกรรมแบบศาลาไทย ซึ่งใช้ไม้เป็นส่วนใหญ่ หลังคามีรูปแบบเป็นศาลาไทยเครื่องไม้หน้าจั่ว ยกฐานคอนกรีต หลังคาจั่วมีหลังคากันสาดโดยรอบ ลวดลายหน้าจั่วปรากฏข้อความ การไฟฟ้าสามเสน

“ศาลาการไฟฟ้าสามเสนถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ สามารถใช้สอยในกิจกรรมต่าง ๆ ได้ เช่น เต้นลีลาศ ขับร้องเพลง พักผ่อนหย่อนใจ ฯลฯ อีกทั้งยังมีองค์ประกอบทางด้านสถาปัตยกรรมไทย และการประดับตกแต่งที่แสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน โครงสร้างรวมของศาลามีการผุพังตามกาลเวลา จากความชื้นของสภาพอากาศ และ มีปลวกกัดกินไม้จนได้รับความเสียหาย กฟน. จึงดำเนินการปรับปรุงโดยเปลี่ยนเสาศาลาในส่วนที่ผุพัง นำเสาเหล็กเอชบีม (H-BEAM) เข้าประกบต่อเสาอาคารเดิม และนำคอนกรีตหุ้มเสาเหล็ก เพื่อให้เกิดความแข็งแรง และดำเนินการปรับปรุงหลังคา เปลี่ยนเป็นกระเบื้องเกร็ดปลาสี ซ่อมแซมลายฉลุหน้าบันและราวระเบียง โดยรักษาเอกลักษณ์ของความอ่อนช้อยให้ยังคงอยู่” ผู้ว่า กฟน.กล่าว

นอกจากนี้กฟน. ยังออกแบบรางระบายน้ำรอบอาคารศาลาไทย เพื่อป้องกันน้ำฝนไหลเข้ามาภายใน และยกระดับพื้นให้สูงขึ้น สามารถรักษาความเป็นเอกลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรมไทย ตามแบบเดิมได้อย่างครบถ้วน และยังแข็งแรง ปลอดภัย สามารถใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในสวนลุมพินีได้เหมือนในอดีต

อ้างอิงที่มา http://www.naewna.com/local/351579