PDP2018 ฉบับใหม่ให้Startupร่วมออกแบบระบบซื้อขายไฟฟ้า

0
230

รัฐมนตรีพลังงานเผยแผน PDP2018 ฉบับใหม่ จะเปิดกว้างให้กลุ่ม Startup ที่มีไอเดียดี เข้ามามีส่วนร่วมกระบวนการออกแบบระบบซื้อขายไฟฟ้า โดยเฉพาะในโครงการโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน ที่จะมีการขายไฟฟ้าระหว่างกัน  พร้อมนำเงินกองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน 150-200 ล้านบาท หนุนเอกชนตั้งโรงงานต้นแบบผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนสำหรับรองรับรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า รวมถึงเป็นแบตเตอรี่่สำรองในระบบไฟฟ้าต่อไป

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงานสัมมนา “อนาคตพลังงานไทย” ซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 4ก.ค. 2561 ว่า แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่(PDP2018) ที่กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการจัดทำ  จะมีการส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่(Startup) ที่มีไอเดียดีดี ให้เข้ามาอยู่ในกระบวนการออกแบบโปรแกรมซื้อขายไฟฟ้าด้วย เช่น กรณีโครงการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป)ภาคประชาชน  ที่จะมีไฟฟ้าส่วนเกิน และจะมีการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกัน ซึ่งรูปแบบดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่แต่มีการดำเนินการอยู่แล้วในต่างประเทศ  โดยกระทรวงพลังงานจะกำหนดกรอบโครงการโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนให้เกิดความชัดเจนในปลายปี 2561 นี้

นอกจากนี้กระทรวงพลังงานยังเตรียมนำเงินกองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานจำนวน 150-200 ล้านบาท พัฒนากลุ่ม Startup สร้างโรงงานงานต้นแบบผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและแบตเตอรี่ซัลเฟอร์ สำหรับเป็นไฟฟ้าสำรองให้กับโรงไฟฟ้าและรถยนต์ไฟฟ้า(EV) รวมถึงนำมาใช้ได้กับโครงการรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าของภาครัฐด้วย เป็นต้น โดยโรงงานจะตั้งอยู่ที่วังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง คาดว่าจะเริ่มทดลองผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนได้ปลายปี 2561 นี้ และส่งเสริมเชิงพาณิชย์ได้ปี 2562 ส่วนแบตเตอรี่ลิเทียมซัลเฟอร์ ที่จะพัฒนาให้สามารถจุไฟฟ้าได้มากกว่า 3 เท่าของแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนนั้น ยังอยู่ระหว่างการทดลองต่อไป

สำหรับอนาคตพลังงานไทย ยังยึดแนวทางหลัก 3 ประการคือ ต้องมีความมั่นคง มีความยั่งยืนและราคาค่าไฟฟ้าไม่แพง โดยความมั่นคงพลังงานนั้น จำเป็นต้องพยายามให้เกิดการผลิตก๊าซธรรมชาติในแหล่งเอราวัณและบงกชให้ต่อเนื่องหลังหมดอายุสัญญาสัมปทานเดิม โดยเฉพาะในวันที่ 25 มี.ค. 2565 ที่แหล่งเอราวัณจะเริ่มหมดอายุ เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตก๊าซฯในอ่าวไทยที่สำคัญของประเทศ ส่วนความยั่งยืนพลังงานนั้น ได้กำหนดในแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านพลังงาน ให้มีระบบที่ทันสมัยในกระบวนการผลิตไฟฟ้า เช่น Smart Grid  Smart Meter Smart City  เป็นต้น อีกทั้งจะเดินหน้าให้พลังงานหมุนเวียนเข้ามามีส่วนให้เกิดการผลิตไฟฟ้าอย่างยั่งยืนด้วย

ส่วนราคาค่าไฟฟ้า ก็จะต้องไม่แพง เบื้องต้นมั่นใจว่าไทยสามารถผลิตไฟฟ้าในราคาต้นทุนที่ กฟผ. ขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(PEA) และการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) ประมาณ 2.40 บาทต่อหน่วยได้ ซึ่งในระยะเวลา 5 ปีจากนี้ประเทศไทยยังมีปริมาณสำรองไฟฟ้าเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม และในช่วงเวลาดังกล่าว ไทยมีเวลาพิจารณาทบทวนการผลิตไฟฟ้าให้สามารถผลิตได้ในระดับราคาไม่เกิน 2.40 บาทต่อหน่วยต่อไป

ที่มา : https://bit.ly/2ITRv3X