กบง.รับทราบความคืบหน้าแผนลงทุนโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำกฟผ.

0
207

คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)รับทราบความคืบหน้าแผนลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ (โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ)เพื่อผลิตไฟฟ้า ของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ในเป้าหมาย 500- 1,000 เมกะวัตต์ โดยเฟสแรกจะลงทุนใน เขื่อนใหญ่ที่มีศักยภาพด้านพื้นที่ของ กฟผ.อาทิ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนสิรินธร

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)ที่มีนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 8มิ.ย.2561 ซึ่งไม่ได้มีการแถลงข่าวภายหลังการประชุมต่อสื่อมวลชนเหมือนเช่นทุกครั้ง เนื่องจากมีวาระการประชุมที่ต้องพิจารณาและรับทราบหลายวาระ

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า วาระหนึ่งที่มีการรายงานให้กบง.รับทราบ คือโครงการผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ (โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ)ซึ่งผู้แทนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ได้มารายงานความคืบหน้า ว่า กฟผ.มีเป้าหมายที่จะลงทุนในโครงการดังกล่าว ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จำนวน500-1,000 เมกะวัตต์ ภายในเขื่อนขนาดใหญ่ของ กฟผ.ทั่วประเทศ โดยในเฟสแรก จะมีการลงทุน ในเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในเรื่องพื้นที่ อาทิ เขื่อน ศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี ซึ่งขณะนี้กฟผ.มีโครงการนำร่องขนาดเล็ก ที่จะดำเนินการได้เลย ขนาด 0.5เมกะวัตต์ ที่เขื่อนศรีนครินทร์

แหล่งข่าว กล่าวว่า โครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำของกฟผ. เป็นโครงการที่กฟผ.จะมีความร่วมมือกับ กลุ่มเอสซีจี ซึ่งเป็นผู้ผลิตทุ่นลอยน้ำจากโรงงาน และมีโครงการต้นแบบที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนทุ่นลอยน้ำอยู่แล้ว ขนาด1เมกะวัตต์ ในอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กภายในโรงงานของกลุ่มเอสซีจี เคมิคอลส์ ที่จ.ระยอง อยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมา ทางกฟผ.ได้ไปดูงานโครงการดังกล่าว แล้ว และเมื่อปลายเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ทางผู้บริหารของทั้งกฟผ.และ เอสซีจี ก็ร่วมเดินทางไปดูโครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำที่ติดตั้งภายในบริเวณโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ของกลุ่มเอสซีจี ที่ประเทศกัมพูชา

ทั้งนี้ในการผลักดันโครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ของกฟผ. นั้น เป็นไปตามนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยเห็นว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์มีต้นทุนที่ต่ำลงมาก ซึ่งการติดตั้งโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำภายในในเขื่อนของกฟผ. และมีการเชื่อมโยงกับระบบสายส่ง อุปกรณ์หม้อแปลงไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆที่มีอยู่เล้ว ภายในเขื่อน จะสามารถทำให้การผลิตไฟฟ้ามีความเสถียร และจ่ายไฟฟ้าได้ตลอด24ชั่วโมง โดยในช่วงกลางวันก็ผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ ในขณะที่ช่วงกลางคืนที่ แผงโซลาร์เซลล์ ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ ก็จะใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังน้ำ มาทดแทน ซึ่งมีการคำนวณต้นทุนค่าไฟฟ้าออกมาแล้วเบื้องต้น ต่ำกว่า 2 บาทต่อหน่วย ดังนั้นโครงการดังกล่าวจึงจะมาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในอนาคตให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า

ที่มา : https://bit.ly/2LFL72e