ผ่อนปรนกฎหมายที่บังคับให้ปั๊มน้ำมัน, LPG, NGV

0
164

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานลงพื้นที่ตรวจปั๊ม หลังประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ แบบคำขอ แบบใบรับรอง แบบบัตรประจำตัว และหลักสูตรการฝึกอบรมของผู้ฝึกอบรม วิทยากร และผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2559 ที่ออกตามกฎกระทรวงคุณสมบัติและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ พบยังมีผู้ผ่านการอบรมและได้ใบรับรองจำนวนน้อย จึงผ่อนปรนให้ดำเนินการตามกฎหมายจากเดิมที่มีผลวันที่ 8มิ.ย. 2561 เป็นภายในวันที่ 31ธ.ค. 2561เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบกิจการ

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน( Energy News Center-ENC) รายงานว่า ตามที่ กฎกระทรวงคุณสมบัติและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2558 ได้มีผลบังคับใช้ และตามที่กรมธุรกิจพลังงานได้ออก ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ แบบคำขอ แบบใบรับรอง แบบบัตรประจำตัว และหลักสูตรการฝึกอบรมของผู้ฝึกอบรม วิทยากร และผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2559 ซึ่งเป็นอนุบัญญัติของกฎกระทรวงดังกล่าว ได้กำหนดให้สถานประกอบกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทที่ 3 ซึ่งเป็นประเภทกิจการที่ต้องขออนุญาตจากกรมฯอาทิ ปั๊มน้ำมัน ปั๊มLPG ปั๊มNGV คลังน้ำมัน คลังก๊าซ โรงบรรจุก๊าซ ที่ ต้องจัดให้มีผู้ปฏิบัติงานที่เข้ารับการฝึกอบรมกับผู้ฝึกอบรม (ซึ่งได้รับใบรับรองตามประกาศกรมดังกล่าว) และผ่านเกณฑ์การประเมินจากกรมธุรกิจพลังงาน จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งคนตลอดระยะเวลาที่เปิดดำเนินการหรือทำการขนส่ง แล้วแต่กรณี ภายในกำหนดสองปี นับแต่วันที่อธิบดีประกาศกำหนด คือภายในก่อนวันที่ 8 มิถุนายน 2561 นั้น

ในวันที่ 6 มิ.ย 2561  นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานีบริการและพบว่าเนื่องจาก มีผู้ฝึกอบรมที่มีความประสงค์ และได้รับใบรับรองตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานดังกล่าว จำนวนไม่มาก และแต่ละราย ก็ให้บริการฝึกอบรมไม่ครบทุกหลักสูตร ประกอบกับ มีจำนวนสถานประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 หลายหมื่นแห่งทั่วประเทศ ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 จึงเห็นควรแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้มีแนวทางปฏิบัติในการตรวจติดตามการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ให้สอดคล้องตรงกันทั่วประเทศ คือ ในกรณีที่ตรวจติดตามแล้วพบว่า สถานประกอบการรายใดยังไม่มีผู้ปฏิบัติงาน ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ อาศัยอำนาจตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 สั่งให้สถานประกอบการรายนั้น ปฏิบัติให้ถูกต้อง ภายใน วันที่ 31 ธันวาคม 2561  อย่างเคร่งครัดต่อไป มิเช่นนั้น จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 66  แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542