ปตท.พาสื่อเยือน บีเอ็มดับเบิลยู สำนักงานใหญ่ รับมือยานยนต์ไฟฟ้า

0
179

ปตท. นำสื่อมวลชนสายพลังงานดูงานนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ที่สำนักงานใหญ่ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่เมืองมิวนิก เยอรมนี ให้เห็นถึงความจริงจังในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าของโลก และแนวโน้มการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นทั้งของโลกและในประเทศไทย โดยบริษัทเตรียมแผนศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าทั้งระบบ

คณะผู้บริหารปตท.ที่ร่วมเดินทางไปที่สำนักงานใหญ่ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่เมืองมิวนิก เยอรมนี เมื่อวันที่25พ.ค.2561 นำโดยนายวิทวัส สวัสดิ์-ชูโต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและดิจิตอล นายบุรณิน รัตนสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจหล่อลื่น และ นายประเสริฐ สลิลอำไพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม ในขณะที่ฝ่ายของบีเอ็มดับเบิลยูที่ให้การต้อนรับนั้น นำโดย มร.คริสเตียน วิมานน์ ประธานบริษัทบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และนายณรัตน์ไชย หลีระพันธ์ ประธานบริษัทจีแอลที กรีน(ประเทศไทย) ผู้ลงทุนในธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้าในไทย ในโครงการChargeNow ซึ่งคณะศึกษาดูงานจากประเทศไทย ได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับแนวโน้มของยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต และวิสัยทัศน์ของทางบีเอ็มดับเบิลยู รวมทั้งได้ร่วมทดสอบสมรรถนะของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i3 ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าด้วย

สำหรับ บีเอ็มดับเบิลยู i3นั้นสร้างขึ้นจากแนวคิดการออกแบบทางสถาปัตยกรรมLifeDrive ของบีเอ็มดับเบิลยู I โดยเฉพาะ มีกำลัง170 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยี BMW eDrive และมอเตอร์ไฟฟ้า แรงบิดสูงสุดที่250นิวตันเมตร สามารถเลือกขนาดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนได้ทั้งขนาด 22กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือ33 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดยแบตเตอรี่ขนาดสูงสุดนั้นสามารถวิ่งไปได้ไกลถึง300กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1ครั้ง ซึ่งการชาร์จแบตเตอรี่ผ่าน DC quick charge จะใช้เวลาประมาณ 30นาที ส่วนชาร์จผ่านAC normal charge จะใช้เวลาประมาณ 6ชั่วโมง

ผู้บริหารของบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ป ประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า แนวโน้มพฤติกรรมผู้ขับขี่ทั่วโลกในปี2561 จะนิยมการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น โดยเห็นจากยอดขายของรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ของบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ปทั่วโลก ระหว่างเดือน มกราคมถึงเดือนเมษายน 2561นี้ที่เพิ่มขึ้นถึง41.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากยอดการส่งมอบรวมทั้งหมด 36,692คัน โดยเฉพาะในประเทศจีน ที่มียอดการเติบโตถึง646.7% จากยอดส่งมอบรถยนต์ 3,181คัน ในช่วง4เดือนแรกของปีนี้

สำหรับประเทศไทย ก็มีอัตราการเติบโตของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด อย่างก้าวกระโดดในปี2560 ที่269%และยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อีกมากในปี2561 ซึ่งช่วง4เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) นั้นมียอดขายเติบโต 44% โดยรถยนต์ ปลั๊กอินไฮบริด ที่ขายในไทยนั้นมี5รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู i8 ซึ่งเป็นรุ่นที่นำเข้าจากโรงงานไลป์ซิก เยอรมนี ส่วนที่เหลืออีก4 รุ่น เป็นรุ่นที่ประกอบในโรงงานของบีเอ็มดับเบิลยูที่ประเทศไทย คือ บีเอ็มดับเบิลยู 330e 530e X5 xDrive40e และรุ่น บีเอ็มดับเบิลยู740e

โดยในส่วนของแผนรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทางบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ป ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับบริษัท จีแอลที กรีน (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีระบบอัดประจุไฟฟ้าภายใต้ความร่วมมือของบริษัท โพลีเทคโนโลยี จำกัด และ Greenlots รวมทั้งเซ็นทรัลกรุ๊ป และบริษัทเอพี (ไทยแลนด์) จำกัด(มหาชน ) ในการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะในโครงการ ChargeNow ซึ่งปัจจุบันมีสถานีบริการทั้งหมด 14หัวจ่ายทั่วประเทศ และเตรียมติดตั้งอีก 36หัวจ่ายภายในปี2561 นี้ โดยเมื่อรวมกับสถานีอัดประจุไฟฟ้าอีก50แห่ง ที่ศูนย์บริการของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จะมีสถานีอัดประจุไฟฟ้ารวมทั้งหมด100 แห่ง ภายในสิ้นปี 2561

ด้านนายวิทวัส สวัสดิ์-ชูโต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและดิจิตอล บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า การพาคณะสื่อมวลชนจากประเทศไทย มาดูงานนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ สำนักงานใหญ่บีเอ็มดับเบิลยู ที่มิวนิก เยอรมนี ครั้งนี้ เพื่อให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนายานยนต์ของโลก ที่มุ่งไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง และประเทศไทยจะต้องเตรียมความพร้อมที่จะรองรับกระแสการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่จะมีเพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย ที่อาจจะกระทบกับธุรกิจน้ำมันซึ่งเป็นธุรกิจหลักของปตท.

ทั้งนี้ปตท.กำลังอยู่ในระหว่างการเข้าไปศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งระบบ เช่น ระบบแบตเตอรี่ , EV Car Dealer ,EV Charger Busuness ,EV Charging network ,EV Manufacturing

บุรณิน รัตนสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจหล่อลื่น ปตท.ร่วมทดสอบ BMW i3

ที่มา : https://bit.ly/2se1Z82