รัฐมนตรีพลังงานพอใจผลการยื่นคุณสมบัติPQ เอราวัณ บงกช

0
201

รัฐมนตรีพลังงาน สรุปผลนักลงทุนยื่นหลักฐานแสดงคุณสมบัติ PQ วันสุดท้ายเพื่อร่วมประมูลแหล่งเอราวัณ 5 ราย และแหล่งบงกช 4 ราย พร้อมประกาศผลผู้ผ่านการพิจารณาทางเว็บไซต์กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ 28 พ.ค. นี้ มั่นใจกระบวนการโปร่งใสเป็นธรรม และไม่มีการให้สิทธิพิเศษแก่ ปตท.สผ.แม้จะมีรัฐถือหุ้นอยู่ผ่านปตท.

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังปิดรับเอกสารแสดงคุณสมบัติ(PQ)สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมประมูลแหล่งเอราวัณและบงกช ในเวลา 16.30น. ของวันที่ 16พ.ค. 2561 ว่า มีนักลงทุน 5 รายแสดงหลักฐาน PQ เพื่อร่วมประมูลในแหล่งเอราวัณ และมี 4 รายแสดงหลักฐาน PQ เพื่อร่วมประมูลแหล่งบงกช

โดยแปลง G1/61 (เอราวัณ) มี 5 บริษัท ที่ยื่นหลักฐาน PQ ได้แก่ บริษัท Chevron Thailand Holdings Ltd., บริษัท PTTEP Energy Development Company Limited, บริษัท MP G2 (Thailand) Limited(มูบาดาลา ปิโตรเลียม) , บริษัท Total E&P Thailand, บริษัท OMV Aktiengesellschaft

ส่วนแปลง G2/61(บงกช) จำนวน 4 บริษัท ที่ยื่นหลักฐาน PQ ได้แก่ บริษัท Chevron Thailand Holdings Ltd., บริษัท PTTEP Energy Development Company Limited, บริษัท MP L21 (Thailand) Limited, บริษัท OMV Aktiengesellschaft

อย่างไรก็ตามจะมีการวัดผลจริงว่าจะมีผู้ร่วมประมูลในแหล่งเอราวัณและบงกช กี่รายนั้น ต้องรอวันที่ 25 ก.ย. 2561 ซึ่งเป็นวันให้ยื่นคำเสนอการประมูล ทั้งนี้มองว่าในแต่ละแปลงที่เปิดประมูลน่าจะมีการแข่งขันกันอยู่ในระดับเหมาะสม เพราะมีผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญและเคยผลิตก๊าซฯในแหล่งเอราวัณและบงกชต่างสนใจเข้าร่วมประมูลข้ามแปลงกัน โดยบริษัท เชฟรอนฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายเดิมในเอราวัณ ก็ได้สนใจร่วมประมูลแหล่งบงกชด้วย ขณะที่บริษัท ปตท.สผ. ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายเดิมในแหล่งบงกช ก็สนใจเข้าร่วมประมูลในแหล่งเอราวัณเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีบริษัท มูบาดาลาฯ ซึ่งเป็นบริษัทในประเทศตะวันออกกลาง ที่มีกิจการสำรวจและผลิตก๊าซฯ ในไทยสนใจเข้าร่วมประมูลทั้งสองแหล่ง  รวมถึงบริษัท OMVฯ ของประเทศออสเตรีย ที่ สนใจทั้งแหล่งเอราวัณและบงกช เช่นกัน ส่วนบริษัท โททาลฯ สนใจประมูลเพียงแหล่งเอราวัณ  โดยมีเพียงกลุ่มกิจการร่วมค้าพลังงานสะอาด 101 เพียงรายเดียวที่ไม่ได้มายื่นเอกสาร PQ จึงไม่ได้รับสิทธิการพิจารณาในขึ้นตอนต่อไป  ซึ่งให้ความมั่นใจได้ว่าการประมูลครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความ โปร่งใส เป็นธรรม ชัดเจนและสามารถตอบข้อสงสัยได้ทุกข้อ อีกทั้ง บริษัท ปตท.สผ.ที่รัฐร่วมถือหุ้นอยู่ผ่านทางปตท. ก็ไม่ได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษมากกว่ารายอื่นด้วย

นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า จะมีการประกาศผลผู้ผ่านเกณฑ์ PQ ในวันที่ 28 พ.ค. 2561 โดยจะประกาศผลทางเว็บไซต์ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ซึ่งเกณฑ์การพิจารณายังคงยึดหลักจะต้องมีเงินทุนหมุนเวียน 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 1.2 แสนล้านบาท ในแหล่งเอราวัณ และต้องมีเงินทุนหมุนเวียน 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 6 หมื่นล้านบาทสำหรับแหล่งบงกช นอกจากนี้ต้องมีประสบการณ์ผลิตก๊าซธรรมชาติในทะเลไม่น้อยกว่า 100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และต้องเสนอการผลิตก๊าซฯขั้นต่ำในแหล่งเอราวัณ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันและในแหล่งบงกช 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เป็นต้น

สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะเปิดลงทะเบียนและสัมมนาผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ PQ เพื่อชี้แจงรายละเอียดของการประมูลในวันที่ 4 มิ.ย. 2561 และให้เวลา 4 เดือนจัดเตรียมข้อเสนอการประมูล ซึ่งในระหว่างนี้ กรมฯจะเปิดให้ศึกษาข้อมูลทั้งแหล่งบงกชและเอราวัณระหว่างวันที่ 7 มิ.ย. -21 ก.ย. 2561 โดยจะเรียกเก็บค่าเข้าถึงข้อมูล 7 ล้านบาทต่อแหล่ง จากนั้นในวันที่ 25 ก.ย. 2561 ผู้ประกอบการจะต้องยื่นข้อเสนอการประมูลต่อกรมฯ

โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอการประมูลนั้น รัฐกำหนดให้น้ำหนัก 65% สำหรับการเสนอราคาก๊าซฯ อีก 25% เป็นการให้น้ำหนักกับการเสนอสัดส่วนผลประโยชน์ให้กับรัฐไม่ต่ำกว่า 50% นอกจากนี้อีก 5% พิจารณาผลประโยชน์ต่างๆ ที่เสนอให้รัฐ เช่น โบนัสการลงนาม โบนัสการผลิต และผลประโยชน์พิเศษอื่นๆ ส่วนอีก 5% พิจารณาจากสัดส่วนการรับพนักงานคนไทยเข้าปฎิบัติงาน  ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ที่มา : https://bit.ly/2wNJFrR