NIA-EGAT ร่วมพัฒนางานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ พร้อมชวนแข่ง Hackathon

0
135

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) ลงนามความร่วมมือด้านวิชาการ กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อส่งเสริมการนำโครงการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ด้านพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ ไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ พร้อมเตรียมจัดกิจกรรม Hackathon ในงาน Startup Thailand 2018 หวังยกระดับประสิทธิภาพด้านพลังงานให้บรรลุนโยบาย Energy 4.0

นางสาวกริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม NIA เปิดเผยถึงความร่วมมือครั้งนี้ มี 2 ประเด็นหลัก คือ 1) การจัดประชุมวิชาการ นิทรรศการ โครงการประกวดหรือแข่งขันกลุ่มวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) และการแข่งขันระดมความคิดแก้ปัญหาตามหัวข้อที่ได้รับภายในระยะเวลาที่กำหนด (Hackathon) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ ให้สามารถนำเสนอแนวคิด หรือผลงาน เกี่ยวกับงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับด้านพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ โดย NIA เป็นผู้จัดกิจกรรมดังกล่าว

และ 2) การกลั่นกรองและประเมินศักยภาพโครงการวิจัยที่ได้รับทุนภายใต้โครงการนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation) โดย NIA จะจัดผู้มีความรู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาร่วมประเมินศักยภาพและกลั่นกรองพร้อมให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะโครงการวิจัยดังกล่าว ทั้งในการพิจารณาเบื้องต้นและขั้นตัดสินการอนุมัติให้ทุน

ด้านนายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ให้ความสำคัญกับงานวิจัยพัฒนานวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์มากว่า 35 ปีแล้ว ดังนั้นความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเจตนาที่จะร่วมกันส่งเสริมการนำโครงการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ ไปต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ รวมถึงเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนและภาคเอกชน มีพื้นที่แสดงความสามารถ แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม

ทั้งนี้ NIA และ EGAT จะจัดกิจกรรมแข่งขัน Hackathon ในงาน Startup Thailand 2018 งานแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2561 ในหัวข้อด้านเทคโนโลยีพลังงาน “Innovative Power Solutions for Thailand Community and Energy Sector” ประกอบด้วย 5 หัวข้อหลัก ได้แก่

1) Firm Renewable Energy การนำพลังงานทดแทนเข้ามาช่วยเสริมระบบผลิตไฟฟ้าหลัก และการบริหารจัดการระบบผลิตพลังงานทดแทนให้มีเสถียรภาพและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

2) Energy Storage การส่งเสริมให้เกิดธุรกิจใหม่จากการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน

3) Electric Vehicle การพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าและระบบสถานีชาร์จไฟฟ้า การพัฒนาเทคโนโลยีและธุรกิจในภาคขนส่งและภาคอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า

4) Smart City – Smart Grid การส่งเสริมและพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

5) Bio Economy การนำทรัพยากรธรรมชาติ จากพืช สัตว์ และสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ มาพัฒนาต่อยอดด้านการวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี หรือ แปรรูปเพื่อสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ทีมชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท และรางวัลชมเชย 3 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท ผู้ที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมแข่งขันที่ hackathon.wi.th/startupthailand ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2561

ที่มา : https://bit.ly/2rPnlZo