กฟผ.ตั้งเป้าลดพนักงานจาก 2.1 หมื่นเหลือ1.5 หมื่นคนภายใน 4 ปี

0
483

กฟผ. ตั้งเป้า ปรับลดพนักงานลงประมาณ 6-7พัน คน จาก 2.1 หมื่นคน ในปัจจุบันเหลือ 1.5 หมื่นคน ภายใน 4 ปี โดยใน ปี 2561 นี้ จะมีผู้เกษียณอายุประมาณ 1,300 คน แต่จะไม่รับคนเพิ่ม ยกเว้นที่เกี่ยวข้องกับสายงานดิจิทัล ระบุต้องปรับปรุงองค์กร รองรับนโยบายรัฐ ที่ต้องการให้เอกชนมีส่วนในการผลิตไฟฟ้ามากขึ้น

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) รายงานว่า ในปี 2561 นี้ พนักงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะเกษียณอายุงานจำนวน 1,300 คน ซึ่ง กฟผ. ไม่มีนโยบายจะรับสมัครบุคลากรเพื่อเข้ามาทดแทนอัตราดังกล่าว โดย กฟผ. ตั้งเป้าที่จะปรับลดพนักงานลงให้ได้อีกประมาณ 6,000-7,000 คน คือจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน 2.1 หมื่นคน ให้เหลือเพียงประมาณ 1.5 หมื่นคน ภายในระยะเวลา 4 ปี (พ.ศ. 2561-2565) ซึ่งแนวทางหลัก จะเป็นการลดคน จากการที่ต้องเกษียณอายุ และการไม่เพิ่มอัตราใหม่ ยกเว้นในสายงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดิจิทัล และสอดคล้องกับนโยบาย Energy 4.0

นโยบายการลดจำนวนพนักงานของ กฟผ. มาจากนโยบายการผลิตไฟฟ้าในปัจจุบันเปลี่ยนไป และรัฐต้องการที่จะให้เอกชน มีสัดส่วนที่ผลิตไฟฟ้ามากขึ้น ในขณะที่ กฟผ. จะรับผิดชอบเฉพาะสัดส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความมั่นคงไฟฟ้าของประเทศ จึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างองค์กรให้รองรับทิศทางดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมา กฟผ. ก็ได้ทยอยลดบุคลากรมาระยะหนึ่งแล้ว จากเดิมที่เคยมีอยู่ถึง 3.6 หมื่นคน ตอนนี้เหลือ 2.1 หมื่นคนแล้ว

นอกจากนี้ ยังจะมีการปรับโครงสร้างองค์กรในระดับผู้บริหารใหม่ โดยจะมีการยุบสายงานที่เกี่ยวข้องกันให้มาอยู่รวมกัน เช่น สายงานด้านสายส่งและสายงานด้านการผลิต เป็นต้น ซึ่งจะมีผลให้ตำแหน่งรองผู้ว่าการ กฟผ. ลดเหลือ 7-8 คน จากปัจจุบันมีอยู่ 12 คน โดยจะมีรองผู้ว่าการฯ ด้านต่างๆ ได้แก่ 1.ด้านยุทธศาสตร์ 2. ด้านบริหาร 3. ด้านบัญชีและการเงิน 4. เชื้อเพลิง 5. ระบบส่ง 6. ผลิตไฟฟ้า 7.ธุรกิจ อย่างไรก็ตาม จะต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง

นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) กล่าวว่า ขณะนี้สร.กฟผ.ได้หารือกับฝ่ายบริหารใกล้ชิดที่จะดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กร กฟผ. ครั้งใหญ่ เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคตที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว หรือ Disruptive Technology ด้วยการลดขนาดองค์กรลง

“ ในการปรับโครงสร้าง กฟผ. ได้ว่าจ้าง PricewaterhouseCoopers หรือ PWC ศึกษาเบื้องต้น โดย สร.กฟผ. ในฐานะที่เป็นตัวแทนกรรมการในคณะทำงานปรับโครงสร้าง ก็ต้องทำความเข้าใจพนักงานในการที่จะเปลี่ยนผ่านองค์กรจากวันนี้เพื่อให้ดีขึ้นในวันข้างหน้าที่จะยังคงเป็นรัฐวิสาหกิจทำหน้าที่ดูแลความมั่นคงและค่าไฟที่เป็นธรรมให้กับประชาชนต่อไป ซึ่งรายละเอียดเรายังต้องหารือกับฝ่ายบริหารอีกครั้งในวันที่ 10 พ.ค.นี้ และคงต้องรอนโยบายจากนายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่า กฟผ. คนใหม่อีกด้วย ว่าจะเริ่มแผนปรับโครงสร้างได้ทัน 1 ต.ค.นี้หรือไม่อย่างไร” นายศิริชัยกล่าว

ทั้งนี้คาดว่าผู้ที่จะเกษียณอายุในปี 2561 จะมีราว 1,300-1,700 คน ปี 2562 -2563 จะมีประมาณปีละ 1,700 คนและปี 2564 อีกประมาณกว่า 1,400 คน ซึ่งทั้งหมดก็จะลดคนไปได้ประมาณ 6,800-7,000 คนที่จะทำให้องค์กรมีขนาด 1.5 หมื่นคนได้ทันที อย่างไรก็ตาม เดิมนั้นได้หารือว่าจะทำการลดลงอย่างรวดเร็วโดยใช้วิธีเปิดรับสมัครใจการลาออก (เออร์รี่รีไทร์) ซึ่งจะทำให้การลดขนาดองค์กรเร็วกว่าเป้าหมาย 4 ปี แต่จากการศึกษาอย่างละเอียดแล้วเห็นว่าโครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดสมองไหลได้ เนื่องจากโครงการดังกล่าวที่เคยดำเนินการมาพบว่าบุคคลที่เป็นแรงขับเคลื่อนองค์กรหรือระดับมันสมองกลับยื่นเข้าโครงการมากกว่าบุคคลที่ควรจะเข้า

ที่มา : http://www.energynewscenter.com/index.php/news/detail/1268