กฟผ.จับมือ เอสซีจี ศึกษาเรื่องทุ่นลอยน้ำ ก่อนลงทุนโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ

0
202

กฟผ.เตรียมลงนามความร่วมมือกับกลุ่มเอสซีจี ภายในเดือนพ.ค.2561 นี้ เพื่อ ศึกษาเรื่องทุ่นลอยน้ำที่ทนทานต่อแรงลมและแรงคลื่นในอ่างเก็บน้ำตามธรรมชาติ โดยเตรียมที่จะลงทุนโครงการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า(โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ)ขนาดกำลังการผลิต30-40 เมกะวัตต์ ที่เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.เตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)กับกลุ่ม เอสซีจี ภายในเดือนพ.ค.นี้ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการติดตั้งทุ่นลอยน้ำสำหรับในอ่างเก็บน้ำตามธรรมชาติหรือเขื่อนขนาดใหญ่ของกฟผ ที่ทนทานแรงลมและแรงคลื่นของน้ำได้ เนื่องจากเห็นว่ากลุ่มเอสซีจี มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการผลิตทุ่นลอยน้ำ

โดยกลุ่มเอสซีจี ได้มีโครงการนำร่องขนาด1เมกะวัตต์ ในโรงงานของกลุ่มเอสซีจี เคมิคอล ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จและทดลองจ่ายไฟ มาแล้ว  ในขณะที่ กฟผ.มีแผนที่จะลงทุน โครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ขนาดกำลังการผลิตประมาณ 30-40 เมกะวัตต์ ที่เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพลังงาน ที่ต้องการให้ กฟผ.ลงทุนพัฒนาพลังงานหมุนเวียนโดยเน้นไปในรูปแบบที่แตกต่างจากการลงทุนของภาคเอกชน

ทั้งนี้โครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ ในเขื่อนสิรินธร เป็นการปรับปรุงจากแผนเดิม โดยรวมโครงการลงทุนโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ ขนาดเล็ก จำนวน7โครงการ รวมกำลังการผลิต32 เมกะวัตต์ ให้เหลือเพียงโครงการเดียว เพื่อให้มีขนาดกำลังการผลิตที่คุ้มค่าต่อการลงทุน ซึ่งจากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนดคือไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าขายส่งที่ประมาณ 2.40-2.50 บาทต่อหน่วยนอกจากนี้การติดตั้งโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำที่เขื่อนซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้า ยังช่วยลดการระเหยของน้ำ และมีความเสถียรในการผลิตไฟฟ้า มากขึ้น โดยในช่วงกลางวัน จะเน้นการผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ ในขณะที่ช่วงกลางคืนที่ไม่มีแสงแดด ก็จะผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนแทน

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว กฟผ.ได้มีการหารือร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)แล้ว และจะนำเสนอให้บอร์ดกฟผ.พิจารณาในเดือนพ.ค.นี้ หากได้รับการอนุมัติก็คาดว่าจะสามารถออกประกาศเชิญชวนเข้าร่วมการประมูลได้ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งมีการประเมินเบื้องต้นว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 40 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์

สำหรับความคืบหน้าโครงการลงทุนติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) ของ กฟผ. นั้น ยังจะมีการดำเนินการนำร่องใน2 โครงการ ที่คือ สถานีไฟฟ้าบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ เพื่อรองรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม ขนาด 16 เมกะวัตต์ และสถานีไฟฟ้าชัยบาดาล จ.ลพบุรี เพื่อรองรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 21 เมกะวัตต์ คาดว่า จะสามารถออกเอกสารเชิญชวนประกวดราคา(TOR)ได้ในช่วงกลางปีนี้ หลังจากที่โครงการล่าช้าตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้เปิดเครื่องเชิงผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์(COD)ได้ในช่วงเดือนธ.ค.ปี2562 จากเดิมที่คาดว่าจะCODได้ในช่วงกลางปี2562

ที่มา : http://www.energynewscenter.com/index.php/news/detail/1256