เรียกร้องรัฐเร่งใช้B10 แก้ปัญหาปาล์มน้ำมันล้นตลาด

0
260

สมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย เรียกร้องภาครัฐบาลเร่งนโยบายการใช้ไบโอดีเซลB10 แก้ปัญหาสต๊อกปาล์มล้นตลาด หวั่นสิ้นปี 2561 สต๊อกพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 560,000 ตัน ระบุการใช้B10 ช่วยดูดซับปาล์มได้ 500,000 ตันต่อปี และกระทบราคาน้ำมันหน้าปั๊มไม่เกิน 20 สตางค์ต่อลิตร 

นายศาณินทร์ ตริยานนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศใช้น้ำมันไบโอดีเซลB10(น้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 10% ทุกลิตร)โดยเร็ว จากปัจจุบันที่ภาครัฐบังคับใช้ไบโอดีเซลB7(น้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 7% ทุกลิตร) เนื่องจากปัจจุบันไทยเกิดปัญหาน้ำมันปาล์มล้นตลาด จนทำให้ราคาตกต่ำกว่าตลาดโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้สมาคมฯคาดการณ์ว่าสิ้นปี 2561 นี้ ปริมาณสำรอง(สต๊อก)น้ำมันปาล์มจะล้นตลาดสูงถึง 560,000 ตัน ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากสต๊อกที่เหมาะสม อยู่ที่ 350,000 ตัน เนื่องจากผลผลิตปาล์มออกมามากและสต๊อกปาล์มที่ค้างเก่ายังอยู่ในระดับสูง โดยหากภาครัฐบังคับใช้ B10 จะช่วยดูดซับสต๊อกปาล์มได้ถึง 500,000 ตันต่อปี

อย่างไรก็ตามมองว่าการส่งออกปาล์มเพื่อแก้ปัญหาน้ำมันปาล์มล้นตลาดไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม ในขณะนี้ เนื่องจากต้องกดราคาขายให้ต่ำเพื่อแข่งขันกับต่างประเทศ และจะส่งผลกระทบถึงราคาผลผลิตทลายปาล์มในประเทศตกต่ำลงด้วย  จากปัจจุบันราคาต่ำมากอยู่ที่ประมาณ 3 บาทต่อกิโลกรัม  โดยประเมินว่าหากรัฐกำหนดให้ใช้ B10 จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มไม่มาก ประมาณ 20สตางค์ต่อลิตร ซึ่งผู้บริโภคจะไม่รู้สึกถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น

ปัจจุบันมีผู้ผลิตน้ำมันปาล์มบริสุทธ์ หรือ B100 อยู่ 13 ราย กำลังการผลิตรวม 6.62 ล้านลิตรต่อวัน และคาดว่าสิ้นปี 2561 นี้จะมีการผลิตรวมถึง 8 ล้านลิตรต่อวัน เนื่องจากมีผลผลิตใหม่เข้าสู่ระบบมากขึ้น ขณะที่ความต้องการใช้ปัจจุบันอยู่ที่ 4.2 ล้านลิตรต่อวัน ดังนั้นควรเร่งนโยบายการใช้B10 โดยเร็ว

โดยถึงแม้ว่ากระทรวงพลังงานได้ร่วมกับสมาคมฯ และสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น(JAMA) ทำการทดสอบการใช้B10กับรถยนต์ ไปแล้ว แต่คาดว่าจะสรุปผลได้สิ้นปี 2561 จึงอยากให้ภาครัฐเร่งการทดสอบได้เร็วขึ้น เพราะปัจจุบัน JAMA ได้ให้การรับรองไบโอดีเซล B15 ให้ประเทศอินโดนีเซีย และรับรอง B10 ให้ประเทศมาเลเซียแล้ว

ด้านนายจิรวัฒน์ นุริตานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC กล่าวว่า การส่งออกน้ำมันปาล์มไปประเทศยุโรป จำเป็นต้องได้รับมาตรฐานยุโรป RSPO หรือมาตรฐานในการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันไทยได้รับ RSPO เพียง 5% ของผลผลิตปาล์มทั้งหมด ขณะที่ประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียได้รับ RSPO ถึง 50% ของผลผลิตทั้งหมด ดังนั้นการส่งออกน้ำมันปาล์มของไทยจึงเป็นเรื่องที่ดำเนินการได้ยาก

ที่มา : https://bit.ly/2qNDspL