พพ. หนุน 10 วิสาหกิจชุมชนต่อยอดโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล

0
289

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) หนุน ​10​ วิสาหกิจชุมชนต่อยอด ​ตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล ในโครงการสถานีผลิตพลังงานสีเขียว (DGG) ระยะที่ 2 วงเงินรวม 150 ล้านบาท​ หลังโครงการแรกประสบความสำเร็จ ชุมชนสามารถบริหารจัดการได้เอง และเกษตรกรที่เกี่ยวข้องมีรายได้เพิ่มขึ้น

นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมวิสาหกิจชุมชน อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น ว่า​ ในปี 2561 นี้ พพ. ได้เตรียมวงเงินรวม 150 ล้านบาท จากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำหรับใช้ขยายผล “โครงการสนับสนุนเพื่อจัดตั้งสถานีผลิตพลังงานสีเขียว (DGG) วิสาหกิจพลังงานทดแทนชุมชนผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล” หลังจากที่ พพ. ได้สนับสนุน​10 วิสาหกิจชุมชนตามโครงการดังกล่าวตั้งแต่ปี 2558 รวมเป็นเงิน 18,240,500 บาท หรือเฉลี่ยแห่งละ 1,824,050 บาท

ทั้งนี้ พบว่าโครงการประสบความสำเร็จ โดยชุมชนสามารถต่อยอดจนดำเนินการได้ด้วยตัวเอง หลังได้รับการสนับสนุนเงินทุนให้เพียงครั้งเดียว โดยวิสาหกิจชุมชนที่ประสบความสำเร็จสูง เช่น วิสาหกิจชุมชนซำสูง​ ซึ่งหลังจากได้รับการสนับสนุนค่าจัดตั้งโรงงานผลิตไม้สับ เครื่องสับไม้พร้อมระบบป้อนวัตถุดิบ และระบบไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ เพื่อใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล ​รวมเป็นเงินประมาณ 2​ ล้านบาท​แล้ว​ สามารถบริหารจัดการและดูแลธุรกิจชุมชนได้เอง และเป็นต้นแบบให้วิสาหกิจชุมชนที่เหลืออีก 9 แห่งได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้เพื่อนำไปดำเนินโครงการในลักษณะเดียวกัน

“โครงการ DGG เป็นโครงการที่ พพ. ได้รับงบจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนให้มีโอกาสตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลได้เอง โดย​ พพ. ดำเนินโครงการผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  สนับสนุน ​10 วิสาหกิจ​ชุมชน​ในด้านอุปกรณ์ เช่น เครื่องสับไม้ เครื่องชั่ง​ ในวงเงินแห่งละประมาณ 2​ ล้านบาท และหาตลาดรับซื้อไม้สับให้ด้วย ทำให้เกษตรกรมีรายได้จากการขายไม้เพิ่มจาก 300-400 บาทต่อตัน  เป็น​ 1,100-1,200 บาทต่อตัน”

ดังนั้น ในปี 2561 พพ. จะขยายผลโครงการ DGG ระยะที่ 2 ใน​ 10 ชุมชนดังกล่าว โดยให้การสนับสนุนใน 2 รูปแบบ  ได้แก่ แบบที่ 1 ให้กับวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์การเกษตร ดำเนินโครงการผลิตเชื้อเพลิงพลังงานทดแทน เช่น​ จัดตั้งโรงงานผลิตไม้สับ จัดตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด โดยจะสนับสนุนไม่เกิน 80% ของเงินลงทุน แต่ไม่เกิน 3,000,000 บาทต่อแห่ง

แบบที่ 2 ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตรและผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก (SME) เป็นผู้ใช้เชื้อเพลิงพลังงานทดแทน เช่น การเปลี่ยนหัวเผาที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปใช้เชื้อเพลิงชีวมวลในหม้อไอน้ำ หรือในระบบอบแห้งต่าง ๆ เป็นต้น โดยจะสนับสนุนไม่เกิน 40% ของเงินลงทุนแต่ไม่เกิน 3,000,000 บาท

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาโครงการระยะที่​ 2 ​ร่วมกับม.เกษตร​ฯ เพื่อเปิดโครงการต่อไปในเร็วๆนี้

สำหรับวิสาหกิจชุมชนที่จะได้ร่วมโครงการระยะที่ 2 จำนวน​ 10 ​แห่ง​ ที่ร่วมโครงการแรกอยู่แล้ว  คือ

1.วิสาหกิจชุมชนละหาน จ.ชัยภูมิ

2.วิสาหกิจชุมชนนาหว้า จ.ขอนแก่น

3.วิสาหกิจชุมชนซำสูง จ.ขอนแก่น

4.วิสาหกิจชุมชนนามะเฟือง จ.หนองบัวลำภู

5.วิสาหกิจชุมชนกุดจิก จ.หนองบัวลำภู

6.วิสาหกิจชุมชนจำปี จ.อุดรธานี

7.วิสาหกิจชุมชนไผ่​ จ.กาฬสินธุ์

8.วิสาหกิจชุมชนโพธิ์ศรี จ.ร้อยเอ็ด

9.วิสาหกิจชุมชนคำเขื่อนแก้ว จ.อุบลราชธานี

10.วิสาหกิจชุมชนคลองเมือง จ.นครราชสีมา